เชียงใหม่-นทท.ต่างชาติส่งตัวแทนเข้าพบ จนท.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แล้ว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเสียค่าปรับ10,000บาท กรณีฝ่าฝืนข้อห้ามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา ลงไปเหยียบย่ำลาน"ข้าวตอกฤาษี"พืชหายากและระบบนิเวศเปราะบางสูง โดยผู้ช่วย หน.อุทยานฯ ระบุเบื้องต้นพบความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ และยอมรับว่าการฟื้นสภาพเป็นไปได้ยาก
รายงานข่าวแจ้งว่าวันนี้ (21 ก.ย.69) ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนของนักท่องเที่ยวชาวเมียนมา 2 คน ที่ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนน์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 กรณีเดินออกนอกเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ลงไปเหยียบย่ำต้นข้าวตอกฤาษีเพื่อถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเสียค่าปรับจำนวน 10,000 บาท
ทั้งนี้นายภมร ใจศิล นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวเบื้องต้นพบความเสียหายบริเวณลานข้าวตอกฤาษี ที่มีรอยเท้าการเหยียบย่ำต้นข้าวตอกฤาษีหลายจุด จากการที่นักท่องเที่ยวได้ลงจากสะพานออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้ประมาณ 3 เมตร เพื่อถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง บริเวณลาน “ข้าวตอกฤาษี”
โดยเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้ทำทางเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติไม่ให้ออกนอกเส้นทาง เพราะบริเวณลานข้าวตอกฤาษี เป็นระบบนิเวศที่มีคุณค่าความสำคัญอย่างมาก เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าพรุที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีอากาศหนาวเย็นและชุ่มชื้นตลอดทั้งปี ซึ่ง“ข้าวตอกฤาษี” ถือเป็นพืชหายากในประเทศไทย พบได้เฉพาะพื้นที่อากาศหนาวเย็นและชุ่มชื้นเท่านั้น
ขณะเดียวกันนายภมร กล่าวถึงการดำเนินคดีว่า เบื้องต้นทางอุทยานฯได้ปรับ 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 20 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงาน เจ้าหน้าที่ มาตรา 47 และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มาตรา 4(3) การประกอบกิจกรรมนันทนาการให้กระทำเฉพาะบริเวณเจ้าหน้าที่กำหนดไว้ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ เพราะพื้นที่ดอยอินทนนท์ โดยเฉพาะบริเวณอ่างกา มีความเปราะบางทางระบบนิเวศที่สูงมาก
สำหรับ”ข้าวตอกฤาษี“ เป็นพืชหาได้ยากมาก สามารถเก็บน้ำและให้ความชุ่มชื้นต่อระบบนิเวศตลอดทั้งปี ทางอุทยานฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าว ส่งผลกระทบระบบนิเวศแห่งเดียวของประเทศไทย เป็นความเสียหายอย่างมากต้องติดตามพื้นที่กระทบอย่างใกล้ชิด ส่วนจะกลับฟื้นฟูได้เป็นปกติหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อุณหภูมิและความชื้น


