xs
xsm
sm
md
lg

แฉอู่ซ่อมรถแสบอุดรฯ! ดอง "เวสป้า" อุบัติเหตุนานกว่า 3 ปี สุดท้ายเชิดซากรถพร้อมเงินประกัน 9 หมื่นปิดร้านหนี เหยื่อวอนตำรวจล่าตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี - แม่ร้องสื่อสุดเวทนา! รถจักรยานยนต์เวสป้าของลูกชายประสบอุบัติเหตุ ตัวแทนประกันแนะส่งซ่อมอู่ในเครือที่อุดรธานี อ้างราคาถูกกว่าศูนย์ สุดท้ายถูกอู่แสบดองรถ อ้างรออะไหล่จากเมืองจีน ล่าสุดลงพื้นที่ดูพบอู่ปิดกิจการเงียบ หายทั้งซากรถทั้งเงินค่าซ่อม 9 หมื่นบาท ซ้ำร้ายยังต้องผ่อนลมต่อกับไฟแนนซ์ วอนตำรวจเร่งติดตามคดี



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ก.ย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่ง กรณีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวสป้า (Vespa) ประสบอุบัติเหตุที่ ถนนท่าบ่อ - หนองคาย จ.หนองคาย และถูกนำส่งซ่อมที่อู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี แต่กลับถูกเจ้าของอู่บ่ายเบี่ยงและดองเรื่องนานกว่า 3 ปี ก่อนจะปิดกิจการหนีหายไปพร้อมกับซากรถและเงินค่าซ่อมจากบริษัทประกันภัย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 รถจักรยานยนต์เวสป้า คันเกิดเหตุ ซึ่งมีผู้ขับขี่ 2 คน นายกบ อายุ 31 ปี คนขับเสียชีวิตคาที่ส่วนลูกชายนายชนะชัย โคธิเสน อายุ 31 ปี ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยรถคู่กรณีได้ถูกรถพ่วงถอยมาชนอย่างจัง หลังเกิดเหตุญาติได้นำรถเข้าประเมินสภาพที่ศูนย์บริการเวสป้า จ.หนองคาย ซึ่งประเมินค่าซ่อมไว้ที่ประมาณ 98,000 บาท

ทว่าต่อมา ตัวแทนบริษัทประกันภัยบริษัทหนึ่งฝ่ายคู่กรณี ได้แนะนำให้ย้ายรถไปซ่อมที่อู่ในเครือประกันภัย ตั้งอยู่พื้นที่อุดรธานี โดยอ้างว่ามีค่าซ่อมถูกกว่าศูนย์ประมาณ 8,000 บาท และผู้เสียหายไม่ต้องสำรองจ่ายเงินก่อน ทางครอบครัวจึงยินยอมให้นำรถย้ายไปซ่อมที่อู่ดังกล่าว ซึ่งมี นายศรชัย เป็นเจ้าของอู่

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้พยายามโทรศัพท์สอบถามความคืบหน้ามาโดยตลอด แต่นายศรชัย เจ้าของอู่ กลับบ่ายเบี่ยงและอ้างเหตุผลสารพัด เช่น อยู่ระหว่างสั่งอะไหล่จากประเทศจีน หรือทางจีนส่งอะไหล่มาผิดรุ่น ต้องส่งกลับไปเปลี่ยนใหม่ ทำให้ระยะเวลาล่วงเลยไปนานหลายปี โดยทางอู่ไม่เคยเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาหาผู้เสียหายเลยแม้แต่ครั้งเดียว


กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางไปตรวจสอบที่อู่ดังกล่าวด้วยตนเอง กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าอู่ปิดกิจการไปแล้ว สภาพพื้นที่ว่างเปล่า ไม่พบซากรถหรือชิ้นส่วนใดๆ หลบเหลืออยู่ ขณะที่เงินค่าซ่อมจำนวน 90,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บริษัทประกันภัยอนุมัติจ่ายให้แก่อู่ไปแล้วก็ถูกเชิดหายไปด้วย

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวซื้อมาในราคาประมาณ 200,000 บาท ซึ่งปัจจุบันยังติดภาระไฟแนนซ์เหลือยอดอยู่อีกราว 7,000 บาท (จากยอดคงค้างเดิมประมาณ 70,000 บาท) ซึ่งผู้เสียหายยังต้องแบกรับภาระจ่ายค่างวดโดยรถคันนี้ลูกชายให้เพื่อนเป็นคนออกในชื่อเพื่อน


เบื้องต้น ผู้เสียหายได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้า จึงได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน วอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตามตัวเจ้าของอู่รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งติดตามนำรถกลับคืนมาและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็ว
ด้านตัวแทนบริษัทประกันภัย ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ในส่วนของการประเมินราคาซ่อม ตัวแทนที่เข้าพูดคุยกับลูกค้าไม่ได้เป็นผู้ประเมินราคาซ่อมโดยตรง แต่ทำหน้าที่นำเสนอทางเลือกในการซ่อมให้ลูกค้าทราบ

โดยหากลูกค้าเลือกนำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการ ลูกค้าจะต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายไปก่อนตามเงื่อนไข ก่อนดำเนินการเรียกร้องตามกระบวนการของประกันภัย

ขณะเดียวกัน บริษัทประกันภัยได้เสนอทางเลือกให้ลูกค้านำรถเข้าซ่อมกับ อู่ในเครือ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระการสำรองจ่าย โดยในกรณีนี้เป็นการประสานให้ลูกค้าดิวงานกับ นายศรชัย เจ้าของอู่ โดยตรง


ตัวแทนประกันภัยระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนั้นไม่มีอู่ที่รับซ่อมรถจักรยานยนต์ตามเครือข่ายในพื้นที่ จ.หนองคาย จึงมีการเสนอทางเลือกให้นำรถไปซ่อมในพื้นที่ จ.อุดรธานี โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีคอนแทคหรือการติดต่อโดยตรงกับผู้เสียชีวิตหรือญาติ หลังจากนั้นเรื่องจึงถูกส่งต่อให้เจ้าของอู่ประสานกับลูกค้า

ตัวแทนประกันภัยบอกอีกว่า จากนั้นเวลาผ่านไป ตนเข้าใจว่าทางเจ้าของอู่ได้ดำเนินการซ่อมรถให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว เนื่องจาก บริษัทประกันภัยไม่ได้รับแจ้งจากทางอู่ว่าการซ่อมยังไม่แล้วเสร็จหรือมีปัญหาใดๆ เพราะตามกระบวนการดังกล่าว เจ้าของอู่จะเป็นผู้ประสานงานกับลูกค้าโดยตรง

สำหรับกรณีเงินค่าซ่อมประมาณ 90,000 บาท รวมถึงสถานะของรถจักรยานยนต์เวสป้าคันดังกล่าว ขณะนี้ผู้ร้องเรียนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า รถอยู่ที่ใด การซ่อมดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหน และการจ่ายเงินค่าซ่อมดำเนินการอย่างไร