เชียงใหม่ - จับบ่อนเชียงใหม่ ส่อลามเข้าสภาฯ.. “ส.ส.พลอย-ปชน.เขต 1 เชียงใหม่” ขึ้นโรงพักแจ้งความคนโพสต์กล่าวหาสนิท “สท.”คนดังในข่าวปฏิบัติการปราบเซียนนครพิงค์ โต้เฟกนิวส์ พร้อมจี้สางปัญหาระดับโครงสร้างปราบให้ถึงนอมินี-นายทุน บอกจับ 2 บ่อน 2 ท้องที่ แต่สั่งเด้งนายตำรวจคนเดียว จ่อชงเรื่องเข้า กมธ.กฎหมายฯ
จากกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กเปิดเผยข้อความกล่าวหา “ส.ส.พลอย” ว่ามีความสนิทสนมและทำงานใกล้ชิดกับสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) รายหนึ่ง ซึ่งปรากฏเป็นข่าวในปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์-ทลายบ่อนกลางเมืองเชียงใหม่”
บ่ายวันนี้(20 ก.ย.) ส.ส.พลอย-เพชรรัตน์ ใหม่ชมพู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.เชียงใหม่ เขต 1 ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ช้างเผือก เพื่อให้มีหลักฐานทางราชการว่าข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริง และหากยังมีการขยายความเกินเลยไปมากกว่านี้ จะดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจนถึงที่สุด และได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อโต้ตอบการโจมตีทางการเมือง พร้อมทั้งตั้งคำถามสำคัญต่อสังคมในประเด็นที่ใหญ่กว่าเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการกวาดล้างอิทธิพลในพื้นที่
สส.พลอย ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง และเป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าการวิจารณ์โดยสุจริต ตนไม่ได้มีความสนิทสนมหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ สท. คนดังกล่าว การพบปะในงานสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติของการปฏิบัติหน้าที่ สส. และการประสานงานกับเทศบาลทุกแห่งทำผ่านหนังสือราชการที่มีเลขรับและตรวจสอบได้ย้อนหลังทั้งหมด
กรณีนี้ก็ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ช้างเผือก เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางราชการ พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจนถึงที่สุดหากยังมีการขยายความเท็จเพิ่มเติม
นอกจากประเด็นส่วนตัวแล้ว สส.พลอย ชี้ว่าเรื่องสำคัญกว่าคือการทลายบ่อนการพนันถาวรทั้งสองแห่งในพื้นที่ ได้แก่ บ่อนภัทรวัลย์ ย่านสันติธรรม และบ่อนศรีปิงเมือง ย่านหายยา ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงใจกลางเมืองมานานไม่ต่ำกว่า 2 ปี และพบเอกสารบัญชีการเงินย้อนหลังไปถึงปี 2565 จึงเกิดคำถามสำคัญต่อสังคมว่า บ่อนขนาดใหญ่ที่เปิดต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ อยู่รอดมาได้อย่างไรและใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์
สำหรับคำสั่งย้ายผู้กำกับการ สภ.ช้างเผือก ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ภ.จว.เชียงใหม่ นั้น สส.พลอย มองว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เนื่องจากเหตุผลในคำสั่งระบุชัดว่าเป็นไปตามเกณฑ์จำนวนผู้ถูกจับกุม ไม่ใช่ผลจากการตรวจสอบว่าใครบกพร่องหรือมีความผิด อีกทั้งบ่อนเกิดขึ้นในสองพื้นที่ คือ สภ.ช้างเผือก และ สภ.เมืองเชียงใหม่ แต่กลับมีคำสั่งย้ายเพียงแห่งเดียว จึงเรียกร้องให้ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ชี้แจงหลักเกณฑ์และกรอบเวลาการตรวจสอบอีกโรงพักให้ชัดเจนต่อสาธารณะ
พร้อมกันนี้ ยังได้หยิบยกกรณีการบุกจับผับย่านห้วยขวางในกรุงเทพมหานครขึ้นมาเตือนสติว่า การย้ายตำรวจไม่กี่นายไม่ได้แปลว่าจัดการต้นตอได้ แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนที่นั่ง หากไร้การขยายผลไปถึงเจ้าของตัวจริง นอมินีทุนต่างชาติ หรือเส้นทางการเงินที่แท้จริง ซึ่งกรณีห้วยขวางผ่านมาสามสัปดาห์ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแจ้งต่อสังคม ดังนั้นกรณีของเชียงใหม่จะต้องไม่จบลงแบบเดิม
เพื่อติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด สส.พลอย เตรียมนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน เพื่อติดตามผลการตรวจสอบของตำรวจทั้งสองพื้นที่ การขยายผลถึงเจ้าของบ่อน ผู้ให้เช่าสถานที่ เส้นทางการเงิน รวมถึงหาสาเหตุว่าเหตุใดสถานที่ซึ่งเคยถูกจับกุมไปแล้วจึงยังสามารถกลับมาเปิดบ่อนได้อีก โดยยืนยันจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ


