xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป) “วัดพุทไธศวรรย์” คึกคัก ชาวบ้านรวมตัวนุ่งขาวรำลึกหลวงปู่หวล เดินหน้าฟื้นภาพลักษณ์วัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา – ชาวอยุธยานุ่งขาวห่มขาวรวมตัววัดพุทไธศวรรย์ น้อมรำลึก “หลวงปู่หวล” อดีตเจ้าอาวาส พร้อมชวนประชาชนกลับมาทำบุญ หวังฟื้นภาพลักษณ์วัด ขณะที่ชาวบ้านจับตาการบูรณะ “เมรุ” หลังปิดใช้งานนานกว่า 6 ปี วอนเร่งคืนพื้นที่ให้ชุมชนกลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้ายอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (20 ก.ย.) บรรยากาศภายในวัดยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาไหว้พระ ขอพร และชมโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพบชาวบ้านในพื้นที่จำนวนหนึ่งนุ่งขาวห่มขาว เดินทางมาร่วมประกอบพิธีสวดมนต์ภายในวิหารหลวงปู่หวล อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ เพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกถึงอดีตเจ้าอาวาส ที่วัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยนางกัลยาณี จูปราง หรือ “ป้าอยุธยา” เป็นผู้นำประชาชนที่นุ่งขาวห่มขาว ถือดอกไม้เดินเวียนรอบพระปรางค์ของวัดจำนวน 3 รอบ ก่อนร่วมกันสวดมนต์ทำวัตรเย็นภายในวิหารหลวงปู่หวล ในเวลาประมาณ 16.00 น. ท่ามกลางประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสงบ

ป้าอยุธยาเปิดเผยว่า การเดินทางมาวัดในวันนี้ต้องการทำกิจกรรมเพื่อไหว้และน้อมรำลึกถึงหลวงปู่หวล พร้อมมองว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว จึงอยากเชิญชวนชาวอยุธยา รวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้กลับมาเที่ยว ทำบุญ และไหว้พระที่วัดพุทไธศวรรย์อีกครั้ง



นอกจากนี้ยังฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็น ส.ส.ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ขอให้ช่วยพิจารณาจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการทำบุญที่วัดพุทไธศวรรย์ เพื่อประชาสัมพันธ์และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของวัด หลังจากที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการท่องเที่ยวของวัด พร้อมย้ำว่าอยากเห็นทุกภาคส่วนร่วมกันฟื้นฟูชื่อเสียงและบรรยากาศการท่องเที่ยวของอยุธยา

สำหรับวัดพุทไธศวรรย์ถือเป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของพระนครศรีอยุธยา โดยข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ระบุว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ โดยเฉพาะพระปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมความงดงามและศึกษาประวัติศาสตร์

ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดวันนี้ พบว่ามีประชาชนเดินทางเข้ามาภายในวัดจำนวนมาก ทั้งกลุ่มครอบครัวและกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไหว้พระ ชมโบราณสถาน และถ่ายภาพตามจุดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนเดินทางมาถ่ายภาพบริเวณกุฏิของ “สมีโชติ” หลังจากสถานที่ดังกล่าวเคยตกเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้มาเยือน

ส่วนบริเวณโดยรอบวัด พบว่าแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ได้ถูกรื้อออกแล้ว เหลือเพียงร่องรอยขาเหล็กที่ถูกตัดออก ทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่บริเวณเมรุของวัดได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่ภายในพื้นที่เมรุมีการรื้อและขนย้ายสิ่งของจำนวนมาก ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่และเตรียมความพร้อมสำหรับการบูรณะซ่อมแซม หลังจากเมรุแห่งนี้ปิดใช้งานมาประมาณ 6 ปี

นายวิษณุ อายุ 63 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า การเดินทางมาวัดในวันนี้ทำให้รู้สึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่คนในชุมชนต้องการคือการมีสถานที่สำหรับประกอบพิธีฌาปนกิจให้กับคนในชุมชน จึงอยากเห็นเมรุของวัดกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

นายวิษณุกล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้ชาวบ้านจะมีวัดอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่สามารถใช้เมรุประกอบพิธีฌาปนกิจได้ ทำให้คนในชุมชนรู้สึกไม่สบายใจและเกิดคำถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงอยากเห็นการเร่งดำเนินการปรับปรุงและบูรณะเมรุ เพื่อให้กลับมาเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์และรองรับกิจกรรมของชุมชนได้ตามปกติ

“หลังจากนี้ หากเมรุสามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนในอดีต ชาวบ้านก็คงรู้สึกว่าวัดได้กลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของคนในชุมชนอีกครั้ง”