xs
xsm
sm
md
lg

ชาวจอมบึงผวาน้ำท่วมซ้ำซาก ฝนหนักน้ำป่าทะลักข้ามถนน หินดินทรายเข้าบ้าน วอนเร่งแก้ระบบระบายน้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ราชบุรี – ชาวบ้านหมู่ 6 และหมู่ 8 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เดือดร้อนจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากข้ามถนนทะลักเข้าบ้าน พัดพาดิน หิน และทรายเข้าท่วมจนได้รับความเสียหาย เผยอยู่พื้นที่มานานกว่า 60 ปี แต่ปีนี้เจอน้ำท่วมหนักแล้วถึง 2 ครั้ง วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบท่อและระบบระบายน้ำ หวั่นเกิดซ้ำหากฝนตกหนักระลอกใหม่

วันนี้( 20 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.จอมบึง ส่งผลให้น้ำไหลหลากเข้าพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะบริเวณถนนสายปากบึง-ชุกหว้า และถนนสายจอมบึง-เรือนจำ น้ำไหลข้ามถนนและทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชน พร้อมพัดพาดิน หิน และทรายเข้ามาสร้างความเสียหาย ชาวบ้านต้องช่วยกันนำกระสอบทรายมาวางกั้นทางน้ำ เนื่องจากระบบระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน

น.ส.บงกช ครือเครือ อายุ 64 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 60 ปี แต่เพิ่งประสบปัญหาน้ำไหลเข้าบ้านอย่างรุนแรงถึง 2 ครั้งในปีนี้ โดยครั้งล่าสุดน้ำพัดดินและหินเข้ามาภายในบ้านจนได้รับความเสียหาย ขณะที่บริเวณด้านข้างตัวบ้านเกิดการทรุดตัว และน้ำยังไหลเข้าร้านค้าจนไม่สามารถเปิดขายของได้

น.ส.บงกช กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านต้องช่วยเหลือกันเอง โดยมีผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยขนย้ายสิ่งของและป้องกันน้ำ ขณะที่หน่วยงานป่าไม้ได้นำรถน้ำเข้ามาช่วยฉีดล้างดินและทรายที่ไหลเข้าบ้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่อาจมีส่วนกีดขวางเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ ทำให้น้ำระบายออกได้ไม่เหมือนเดิม

ขณะที่นางยุพิณ เพชรน้อย อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 กล่าวว่า บริเวณที่เกิดเหตุมีปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำไม่สามารถระบายลงได้ทัน จึงไหลข้ามถนนเข้าพื้นที่บ้านเรือนประชาชน พร้อมพัดพาดิน หิน และน้ำเข้าบ้านจนได้รับความเสียหาย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทางหลวง เข้ามาตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

นางยุพิณ เสนอให้มีการปรับปรุงระบบระบายน้ำ หรือพิจารณาทำทางน้ำเพิ่มเติม เพื่อเปิดทางให้น้ำสามารถไหลผ่านถนนและระบายออกจากชุมชนได้อย่างสะดวก โดยชาวบ้านพร้อมให้ความร่วมมือและเสียสละพื้นที่ หากการขุดคลองหรือเปิดทางน้ำสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้

ชาวบ้านยังฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ ตรวจสอบท่อและระบบระบายน้ำ รวมถึงพิจารณาสิ่งปลูกสร้างที่อาจกีดขวางทางน้ำ เพื่อวางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ เนื่องจากปัญหาเกิดซ้ำเมื่อมีฝนตกหนัก และหวั่นว่าหากมีฝนตกลงมาอีกระลอก อาจเกิดน้ำหลากและสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนซ้ำอีก