นครพนม – รองนายกรัฐมนตรี “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ลงพื้นที่อำเภอศรีสงคราม ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการ ประตูระบายน้ำลำน้ำอูน บ้านปากอูน ซึ่งเป็นจุดสำคัญเชื่อมการระบายน้ำจากลำน้ำอูนสู่แม่น้ำสงคราม ก่อนออกสู่แม่น้ำโขง จับตาพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก 15,000–16,000 ไร่ กำชับหน่วยงานเร่งบริหารจัดการน้ำเชิงป้องกัน กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมพิจารณาแนวทางบริหารพื้นที่รับน้ำตามหลัก “แก้มลิง” ควบคู่การวางแผนน้ำเพื่อภาคเกษตร
วันนี้(20 ก.ย.) เวลา 11.15 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำลำน้ำอูน บ้านปากอูน ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยช่วงปลายฤดูฝน
ร่วมลงพื้นที่มี นายศักดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไวฑิต โอชวิช รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต 1 นางพูนสุข โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอศรีสงคราม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่
จับตา 2 จุดเสี่ยง น้ำท่วมซ้ำซากกว่า 1.5 หมื่นไร่
ประเด็นสำคัญในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากของอำเภอศรีสงคราม โดยเฉพาะบริเวณ จุดบรรจบระหว่างลำน้ำอูนกับแม่น้ำสงคราม ตำบลศรีสงคราม ซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงประมาณ 5,000–6,000 ไร่ และบริเวณ บ้านโพนขาว ตำบลโพนสว่าง อีกประมาณ 10,000 ไร่ รวมพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังประมาณ 15,000–16,000 ไร่
พื้นที่ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับระดับน้ำในลำน้ำอูน แม่น้ำสงคราม และแม่น้ำโขง การบริหารจัดการจึงต้องพิจารณาสถานการณ์น้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำจากลำน้ำสาขาเพิ่มสูงขึ้น
รองนายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับ “การป้องกันก่อนเกิดปัญหา” ทั้งการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ การขุดลอกแหล่งน้ำในจุดที่จำเป็น ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกและลดความเสี่ยงต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร
ประตูน้ำอูน 3 บาน จุดคุมการระบายน้ำสู่แม่น้ำสงคราม
สำหรับโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำอูน บ้านปากอูน อยู่ในความดูแลของโครงการชลประทานนครพนม มีบานระบายน้ำจำนวน 3 บาน ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างสำคัญในการควบคุมและบริหารจัดการน้ำในลำน้ำอูน โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักและปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ระบบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการระบายน้ำจาก ลำน้ำอูนลงสู่แม่น้ำสงคราม และต่อเนื่องสู่แม่น้ำโขง การเปิด–ปิดประตูระบายน้ำจึงต้องสัมพันธ์กับระดับน้ำทั้งด้านเหนือและท้ายน้ำ เพื่อให้การระบายมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
อีกแนวทางที่มีการกล่าวถึงระหว่างการลงพื้นที่ คือการประยุกต์หลักการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ “แก้มลิง” ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยใช้พื้นที่ที่เหมาะสมรองรับและชะลอน้ำในช่วงที่มีน้ำมาก ก่อนระบายออกเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน
น้ำที่กักเก็บไว้ยังสามารถนำมาใช้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับภาคการเกษตรในช่วงที่มีความต้องการ โดยเฉพาะฤดูแล้ง ทำให้การบริหารน้ำไม่ได้มองเฉพาะการเร่งระบายในฤดูฝน แต่ต้องเชื่อมโยงถึงการเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนด้วย
ขณะเดียวกัน แนวทางบริหารน้ำยังเชื่อมโยงกับ การเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยให้การวางแผนเพาะปลูกสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในแต่ละช่วง ลดความเสี่ยงจากทั้งน้ำท่วมและน้ำไม่เพียงพอ พร้อมสนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
การลงพื้นที่ศรีสงครามครั้งนี้จึงมีประเด็นสำคัญมากกว่าการตรวจประตูระบายน้ำ เพราะ “ลำน้ำอูน” เป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสงครามและแม่น้ำโขง การบริหารน้ำในจุดหนึ่งจึงอาจส่งผลต่อพื้นที่อีกหลายแห่ง
สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือการบริหารประตูระบายน้ำลำน้ำอูนในช่วงปลายฤดูฝน การจัดการพื้นที่เสี่ยงกว่า 1.5 หมื่นไร่ และมาตรการป้องกันล่วงหน้า จะสามารถลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่การเกษตรของชาวศรีสงครามได้เพียงใด


