สกลนคร-เปิดวิกฤตสหกรณ์โคขุนโพนยางคำ หลังเผชิญศึกรอบด้าน ทั้งเนื้อเถื่อนกล่องละ 120 บาท และปัญหาการบริหารชุดเก่าจนต้องแบกต้นทุนการขุนวัวนานขึ้นเกือบเท่าตัว ด้าน สส.พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่รับฟังปัญหา พร้อมตั้งทีมกฎหมายสะสางคดีค้างเก่า ดันงบสนับสนุนน้ำเชื้อสายพันธุ์แท้-ยารักษาโรค ปลดล็อกทางรอดให้เกษตรกร
วันนี้( 19 ก.ย.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม มอบหมายให้ นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยคณะทำงานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคกล้าธรรม ประกอบด้วย นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร เขต 1 น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล สส.สกลนคร เขต 5 และตัวแทน นายชาตรี หล้าพรหม สส.สกลนคร เขต 2 ลงพื้นที่สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เพื่อประชุมรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน
โดยมี นายสัตวแพทย์สายฝน วงษาทุม ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร นายสมพาน คำปิตะ ผู้จัดการสหกรณ์ นางสมร ภูผาศรี รองผู้จัดการสหกรณ์ พร้อมด้วยกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนโพนยางคำ ร่วมให้การต้อนรับและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น
นางสมร ดูผาศรี รองผู้จัดการสหกรณ์ ได้สะท้อนปัญหาที่กำลังประสบในปัจจุบันว่า สหกรณ์กำลังเผชิญกับการแข่งขันสูงจากเนื้อนำเข้าทั้งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และปัญหาเนื้อเถื่อนราคาถูก (กล่องละ 120 บาท) ทำให้ส่งออกยากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนิยมทานปิ้งย่างชาบูซึ่งต้องการเนื้อที่มีไขมันแทรกและเกรด GI ระดับ 3.5 ขึ้นไป
นอกจากนี้ สหกรณ์ยังประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อลดภาระสต๊อกคงค้าง รวมถึงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณด้านน้ำเชื้อผสมเทียมเพื่อรักษาสายพันธุ์แท้ของโพนยางคำ และสนับสนุนเวชภัณฑ์ยารักษาโรคสัตว์เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น และสุดท้ายคือปัญหาคดีความเก่าค้างคา 5 เคสที่กระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดตามเงินคืนสู่สมาชิกได้ จึงอยากให้ฝ่ายกฎหมายช่วยเข้ามาดูแล
นายสิรภพ สมผล สส.สกลนคร เขต 1 เผยว่า ปัญหาหลักเกิดจากการบริหารในช่วงคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา ทำให้สหกรณ์เสียเปรียบในเรื่องสัญญาที่ต้องผ่านคนกลาง และกระบวนการทางกฎหมายที่ยังไม่คืบหน้า ซึ่งคณะกรรมการชุดใหม่สามารถตั้งทีมกฎหมายขึ้นมาปรับเปลี่ยนสัญญาได้ทันที
นอกจากนี้ ปัญหาการเช่าโรงผลิตอาหารสัตว์ในระยะหลังมีคนตั้งข้อสังเกตว่าสูตรอาหารเปลี่ยนไป คุณภาพลดลง ส่งผลให้ระยะเวลาขุนวัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 8-12 เดือน กลายเป็นต้องใช้เวลานานกว่า 18 เดือนถึงจะจำหน่ายได้ ทำให้เกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้น
ทางด้าน นายอัครา พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยพยายามขับเคลื่อนการขยายตลาดเนื้อคุณภาพไปยังกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และตะวันออกกลาง แต่ต้องสะดุดลงเพราะการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เบื้องต้นจะนำเรื่องนี้กลับไปประชุมร่วมกับผู้บริหารพรรคและภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อเร่งแก้ปัญหาการขาดทุนสะสมผ่านการผลักดันการส่งออกให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสินค้าแปรรูป น้ำเชื้อผสมเทียม และเวชภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนโพนยางคำอย่างจริงจังต่อไป


