xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.เศรษฐกิจสภาฯ ชื่นชมพัฒนาการ “ท่าเรือแหลมฉบัง” หนุนรัฐ-เอกชนร่วมลงทุน ดันสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา – กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะอนุ กมธ.ศึกษาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน ลงพื้นที่ศึกษาดูงานท่าเรือแหลมฉบัง ชื่นชมการพัฒนาต่อเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเดินหน้าโครงการเฟส 3 เพิ่มขีดความสามารถรองรับตู้สินค้า พร้อมระบุพร้อมสนับสนุนการแก้ไขข้อกฎหมายและอุปสรรค เพื่อผลักดันความร่วมมือภาครัฐ-เอกชนให้เกิดการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันนี้ (18 ก.ย.) นางนันทนา สงฆ์ประชา กมธ.และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เดินทางมาศึกษาดูงานในหัวข้อ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอัจฉริยะผ่านระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบร่วมลงทุน (PPP) สู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูลระดับภูมิภาค” ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีนางพรทิพา ทวีนุช นักบริหาร 13 โครงการร่วมลงทุน ท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมคณะให้การต้อนรับ

นางพรทิพา กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันมีท่าเรือเฟส 1 และเฟส 2 สามารถรองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 11 ล้าน TEU ต่อปี และเป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของประเทศไทย ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าและเรือขนาดใหญ่ โดยตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการรองรับตู้สินค้าเป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี

สำหรับความคืบหน้าโครงการเฟส 3 ขณะนี้งานขุดลอกและถมทะเลมีความคืบหน้าเกือบ 100% ส่วนงานระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานมีความคืบหน้าประมาณ 20–30% ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับท่าเรือแหลมฉบังให้รองรับการขยายตัวของภาคการค้าและโลจิสติกส์ในอนาคต

ด้านคณะกรรมาธิการระบุว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานครั้งนี้ นอกจากเป็นการรับทราบข้อมูลการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าการพัฒนาท่าเรือเฟส 3 เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ และคณะกรรมาธิการพร้อมมีส่วนช่วยพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

คณะกรรมาธิการยังกล่าวชื่นชมพัฒนาการของท่าเรือแหลมฉบังจากอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมมองว่าการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ภายหลังการประชุม คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ท่าเรือของบริษัท ฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด เพื่อศึกษาระบบบริหารจัดการท่าเรือและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการนำระบบคอมพิวเตอร์และระบบอัตโนมัติมาใช้ควบคุมการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำเทคโนโลยีมายกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของท่าเรือแหลมฉบัง