ลำปาง - ผู้ว่าฯลำปาง สั่งรองผู้ว่าฯ-นายอำเภอ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ ตำรวจ แพทย์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง..ปมเณรต่างด้าววัย 7 ขวบ จมน้ำเสียชีวิตในวัดถ้ำดังเกาะคา แต่ไม่แจ้งตำรวจ-ใช้บัญชีบุคคลอื่นรับบริจาค
กรณีสามเณร อายุ 7 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กสัญชาติเมียนมา มรณภาพจากเหตุจมน้ำภายในวัดถ้ำขุมทรัพย์ อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (17 ก.ย.) โดยทางวัดให้ข้อมูลว่า สามเณรลงไปเล่นน้ำแล้วจมน้ำเสียชีวิต แต่หลังเกิดเหตุไม่ได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ แต่นำร่างประกอบพิธีสวดบำเพ็ญกุศลไปแล้ว 1 คืน
ล่าสุดวันนี้(18 ก.ย.) นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้สั่งการให้นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าฯ พร้อมด้วยนายอำเภอเกาะคา ป้องกันจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ตำรวจ สภ.เกาะคา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดถ้ำขุมทรัพย์จามเทวี อ.เกาะคา จ.ลำปาง ดังกล่าว
ซึ่งพบว่าบริเวณศาลามีโลงบรรจุศพของเณรที่เสียชีวิตตั้งอยู่ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางวัดโดยเจ้าอาวาส คือ พระครูเมธีธรรมวงศ์ (ชนาเมธ อตฺตทีโป) เจ้าคณะตำบลใหม่พัฒนา (ธ) ได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลให้กับเณรจอมพล ไปแล้ว1 คืน
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่ พร้อมสอบถามเจ้าอาวาส และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาไทม์ไลน์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังพบว่าสามเณรมรณภาพ รวมถึงตรวจสอบกรณีที่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบด้วย
เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสให้ข้อมูลว่า สามเณรจอมพลลงไปเล่นน้ำโดยไม่มีใครรู้ ก่อนจะจมน้ำและมรณภาพ ส่วนที่ไม่แจ้งตำรวจเพราะเณรไม่มีเอกสารประจำตัว เนื่องจากเป็นชาวพม่า จึงคิดว่าไม่ต้องแจ้งก็ได้ ประกอบกับเณรมีพี่ชายซึ่งเป้นพระ 1 รูป เณร 1รูป อยู่ที่วัดด้วย และได้แจ้งพ่อแม่ทราบแล้วไม่ได้ติดใจอะไร จึงจัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้เณรตามประเพณี
ด้านนายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าฯลำปาง เปิดเผยว่า ตนได้รับคำสั่งจากผู้ว่าฯให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าในวัดมีพระและสารเณร 20รูป เป็นพระไทย 10รูป และต่างด้าว 10รูป ซึ่งก็จะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
ส่วนสามเณรที่มรณภาพเพิ่งบวชได้เพียงเดือนเศษ เป็นชาวพม่า ก่อนหน้านั้นพ่อแม่ของสามเณรเคยมาทำงานที่วัดและให้พี่ชาย 2คนมาบวชก่อน ต่อมาก็ให้สามเณรมาบวชด้วย
ส่วนเหตุสลดเกิดขึ้นเมื่อวานนี้(17 ก.ย.) เวลาบ่ายโมงกว่า มีพระในวัดไปพบรองเท้าอยู่ที่ริมสระจึงคิดว่าเณรน่าจะจมน้ำจึงช่วยกันงมจนพบตัว กรณีที่ไม่แจ้งตำรวจหลังเกิดเหตุ ทางวัดระบุว่า เมื่อเณรเป็นคนต่างด้าวไม่มีเอกสาร จึงเข้าใจว่าไม่ต้องแจ้งความ
แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มาชี้แจงให้กับเจ้าอาวาส กรรมการวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่า แม้สามเณรจะไม่มีสัญชาติไทยเมื่อเสียชีวิตผิดธรรมชาติก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คือต้องไปแจ้งความและแจ้งออกใบมรณบัตร แพทย์ต้องชันสูจน์พลิกศพ ซึ่งก็จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ถูกต้อง
ขณะที่พระยิ่งใหญ่ สามหลวง พระพี่ชาย อายุ 20 ปี เล่าว่าเมื่อวานนี้ช่วงหลังเที่ยงเณรน้องหายไป แต่ไม่รู้ไปไหน จึงได้ช่วยกันออกตามหา และมาเจอจีวรกับรองเท้า 1ข้างอยู่ที่ริมสระ รองเท้าอีกข้างอยู่ในน้ำ จึงคิดว่าเณรน้องอาจจะจมน้ำจึงกระโดดลงไปและเขี่ยดู เท้าไปโดนหัวเณรน้องพอดีจึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมา
“ปกติน้องว่ายน้ำไม่เป็นและกลัวน้ำ เคยลื่นตกลงไปครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเณรน้องถึงยังไปเล่นน้ำจนจมน้ำดังกล่าว”
ในประเด็นการเรี่ยไรเงินบริจาค ทางวัดระบุว่าเป็นเจตนาที่ดีที่จะนำเงินมาบำเพ็ญกุศลให้กับเณร ส่วนบัญชีเป็นชื่อของพระที่อยู่ในวัดก่อนที่จะบวช ซึ่งเมื่อวานนี้(17 ก.ย.)มีประชาชนโอนเงินทำบุญรวม 13,000 บาท ล่าสุดได้ให้พระเจ้าของบัญชีโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของวัดเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่แพทย์ได้เคลื่อนย้ายร่างของเณร ไปชันสูจน์พลิกศพที่โรงพยาบาลลำปางต่อไป พร้อมกับให้ทางวัดไปดำเนินการตามขั้นของกฎหมายให้ถูกต้องในวันนี้
นายสุเมธ วังคะออม นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ระบุว่า จากการตรวจสอบสารเณรและพระที่อยู่ในวัดมีประมาณ 20 รูป สามเณรที่พำนักอยู่ ณ วัดแห่งนี้ 10 รูป เรียนอยู่ที่โรงเรียนหางดงสังฆราชอุปถัมภ์ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ มีบัตรประจำตัวนักเรียน เรียกว่าหัว G คือแม้จะเป็นต่างด้าว แต่เข้ามาเพื่อการศึกษา ข้อมูลนักเรียนก็จะอยู่ที่โรงเรียน โดยไม่ได้เกี่ยวกับการเข้าเมืองถูกต้องหรือไม่ แต่ทางโรงเรียนนำเณรมาฝากไว้ที่วัดแห่งนี้ดูแล
กรณีเณรมรณภาพ ไม่มีหลักประจำตัวและไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียนหางดงสังฆราชอุปถัมภ์ เพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ จึงไม่มีเอกสารประจำตัวใดๆ ด้วยกระบวนการของภิกษุสามเณรที่เข้ามาเรียนจะมีระยะเวลาในการเข้ามาเรียนอยู่แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมข้อมูลของสารเณรทั้งหมดที่พำนัก ณ วัดแห่งนี้ ให้ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบความถูกต้องต่อไป
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เนื่องจากอยู่ระหว่างการส่งศพของสารเณรไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาล และให้ทางวัดไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ครบถ้วน ถูกต้อง


