กาฬสินธุ์-สถานการณ์ยังไม่นิ่ง! หลังพบ ปลาหมอคางดำ ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดพบเพิ่มอีก 13 ตัวรวดในจุดเดียว ดันยอดสะสมทั่วเขื่อนพุ่งแตะ 54 ตัว ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก-ปลาหมอในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก มั่นใจมาตรการป้องกันแน่นหนา ไม่ประมาท เฝ้าระวังเข้มทุกจุด
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" เอเลี่ยนสปีชีส์ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ยังคงเป็นประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรจับตาอย่างใกล้ชิด แม้จะเดินหน้ามาตรการค้นหาและกำจัดอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขที่ตรวจพบกลับยังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆมีรายงานว่าที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ตรวจพบปลาหมอคางดำเพิ่มขึ้นอีก 13 ตัว บริเวณน้ำตื้น ทำให้ยอดสะสมเฉพาะจุดนี้ทะยานขึ้นไปถึง 45 ตัว และเมื่อรวมทั้ง 3 อำเภอ ยอดสะสมทั่วเขื่อนลำปาวล่าสุดพุ่งแตะ 54 ตัวแล้ว
บรรยากาศการประกอบอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำใน อ.กมลาไสย โดยเฉพาะ ต.กมลาไสย และต.ธัญญา ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงปลาดุกและปลาหมอรายใหญ่ที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานเขื่อนลำปาว พบว่าเกษตรกรต่างตื่นตัวและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายนคร สรรพศรี วัย 59 ปี ผู้ประกอบการเพาะพันธุ์ลูกปลาบ้านโปโล ต.กมลาไสย เปิดเผยว่าการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว ถือเป็นเรื่องผิดปกติและน่าตกใจไม่น้อย โดยธรรมชาติปลาชนิดนี้มักอยู่ในน้ำกร่อยแถบ 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมถึงบางพื้นที่ในภาคกลางเท่านั้น จึงเชื่อว่าการปรากฏตัวในเขื่อนลำปาวไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ น่าจะมีการลักลอบนำมาปล่อยโดยฝีมือมนุษย์
ยืนยันว่าไม่รู้สึกหวาดกลัวนัก ว่าในอนาคตปลาชนิดนี้จะหลุดรอดเข้ามาในบ่อเลี้ยง แต่ก็ไม่ประมาท โดยเฉพาะขั้นตอนการนำน้ำเข้าบ่อ ต้องระวังเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องพันธุ์ปลาไม่น่าเป็นห่วง เพราะฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกปลาเองทั้งปลาดุก ปลานิล และปลาหมอ จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปลาหมอคางดำปะปนเข้ามาอย่างแน่นอน
ด้านนายสมพร มูลเอก วัย 68 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกบ้านสงยาง ต.กมลาไสย กล่าวว่า ติดตามสถานการณ์การพบปลาหมอคางดำที่เขื่อนลำปาวมาโดยตลอด แม้จะพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงจำกัดอยู่บริเวณจุดที่พบครั้งแรก ยังไม่กระจายตัวไปทั่วเขื่อน จึงมองว่าโอกาสที่จะแพร่พันธุ์ลงมาถึงลุ่มน้ำหรือพื้นที่ใต้เขื่อนยังมีน้อย
ก่อนสูบน้ำเข้าบ่ออนุบาลจะหว่านปูนขาวทั่วบ่อ เพื่อทำลายไข่ปลาที่อาจติดมากับน้ำ พร้อมกรองน้ำหลายชั้น และกางตาข่ายหรือผ้ามุ้งเขียวชนิดถี่รอบบ่อ เพื่อป้องกันทั้งปลาหมอคางดำและศัตรูปลาชนิดอื่นไม่ให้เล็ดลอดเข้ามา อีกทั้ง ปลาดุก ที่เลี้ยงไว้เป็นปลาที่ค่อนข้างดุร้ายและชอบกินปลาเล็ก หากมีปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาในบ่อจริง ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกปลาดุกจับกินเป็นเหยื่อทันที ทั้งนี้ตนและเพื่อนบ้านที่ออกทอดแหหาปลาเขื่อนลำปาวเป็นประจำ ก็ยังไม่เคยพบเจอปลาหมอคางดำแม้แต่ตัวเดียว
ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา พบปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 13 ตัว จากเดิมที่เคยพบ 41 ตัว โดยเฉพาะจุดบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ ซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณวัดเกาะแก้ว เป็นพื้นที่มีอาหารและน้ำตื้นเหนือเขื่อน ตรงกับนิสัยปลาหมอคางดำชอบ ทำให้ยอดสะสมเฉพาะจุดพุ่งไปถึง 45 ตัว เมื่อรวมทั้ง 3 อำเภอ ยอดสะสมการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวจึงอยู่ที่ 54 ตัว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป


