สุโขทัย - กรมชลประทาน ปักหมุดเดินหน้าผุด “อ่างเก็บน้ำห้วยกะตัด ศรีสัชนาลัย” แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เสริมความมั่นคงน้ำ และช่วยพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจในชุมชน
นางดรรชณี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน เปิดเผยหลังนำสื่อมวลชนลงพื้นที่โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปางสา ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ว่า เกิดจากราษฎรในพื้นที่บ้านปางสา ตำบลแม่สิน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถวายฎีกาเมื่อปี 2559 เพื่อขอพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ด้อยโอกาสฝั่งตะวันตกแม่น้ำยม
ต่อมากรมชลประทาน โดยฝ่ายพิจารณาโครงการ ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 4 ร่วมกับโครงการชลประทานสุโขทัย ได้พิจารณาสภาพพื้นที่ และหาแนวทางที่เหมาะสม จนเห็นว่าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำในพื้นที่ตำบลปางสา มีความเหมาะสมเบื้องต้นในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับราษฎรได้
ซึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563
ทั้งนี้ จากการที่กรมชลประทาน โดยสำนักบริหารโครงการได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ในพื้นที่บ้านปางตะเคียน หมู่ที่ 15 ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย พบว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะสามารถจัดหาน้ำต้นทุนได้เพียงพอกับความต้องการของราษฎรในพื้นที่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ และสามารถบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการพัฒนาในรูปแบบฝาย สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 2.15 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ถึง 2,860 ไร่
“อ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะเป็นแหล่งน้ำที่สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรมีโอกาสเพาะปลูกได้ตลอดปี และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร” นางดรรชณี กล่าวและว่า
นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างมูลค่าผลประโยชน์ทางการเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 24.709 ล้านบาทต่อปี และมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำประปา คิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์เฉลี่ยประมาณ 1.783 ล้านบาทต่อปี แล้วยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่โดยรอบ เป็นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ป่า ตลอดจนสามารถส่งน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศด้านท้ายน้ำประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน รวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำตามธรรมชาติ มีศักยภาพพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่พักผ่อนของชุมชนในอนาคตอีกด้วย
ด้าน นายทูน ตันบุตร กำนันตำบลแม่สิน เปิดเผยว่า โครงการนี้เกิดจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมากรมชลประทานได้เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนและประชาชน ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น ทั้งประชุมปฐมนิเทศ และประชุมกลุ่มย่อย จึงเห็นควรที่จะสนับสนุนให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัด เพราะประชาชนในตำบลแม่สินจำนวน 4 หมู่บ้านจะได้รับผลประโยชน์ ช่วยเพิ่มผลผลิต พัฒนาระบบนิเวศทางน้ำและการประมง ช่วยยกระดับเศรษฐกิจในระดับชุมชนของตำบลแม่สินเข้มแข็งขึ้น
เช่นเดียวกับ นายวัชรพล ตาเปี้ย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านปางตะเคียน ที่กล่าวยืนยันอีกเสียงว่า โครงการนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง จะเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญชองชุมชนที่ยั่งยืน เป็นแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และเมื่อมีการพัฒนาแหล่งน้ำแล้ว ชุมชนจะมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกต่อการขนส่งสินค้าเกษตร มีแนวถนนเข้าโครงการเขื่อน และมีระบบการส่งน้ำกระจายไปยังพื้นที่เกษตรได้อย่างทั่วถึง หากโครงการนี้สำเร็จ เกษตรกรก็จะได้รับอานิงสงค์อย่างมาก และราษฎรในพื้นที่ต่างเห็นด้วยและสนับสนุนโครงการนี้
ด้าน นายอุดมชัย ค้างคีรี ชาวบ้านปางสา หมู่ที่ 10 ตำบลแม่สิน หนึ่งในผู้ถวายฎีกา กล่าวว่า หากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยกะตัดฯเกิดขึ้น จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ราษฎร มีน้ำเพียงพอทั้งสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยเฉพาะสวนส้มและทุเรียนที่ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว นอกจากนี้การพัฒนาถนนเข้าสู่หัวงานโครงการด้วยผิวทางลาดยาง จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และการสัญจรของประชาชนในพื้นที่
“น้ำทุกหยดจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ มีคุณค่าต่อพวกเรามาก” นายอุดมชัย กล่าวพร้อมยืนยันว่า ราษฎรในพื้นที่พร้อมร่วมกันดูแลรักษาระบบส่งน้ำ และบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้ เป็นหลักประกันด้านน้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน


