เชียงราย – คาหนังคาเขา..ตำรวจซุ่มจับ “ม้าถอนเงิน” คาตู้เอทีเอ็มพร้อมคนคุม หลังเปิดบัญชีม้าแบงก์ชายแดนเชียงแสน ลุ่มสามเหลี่ยมทองคำ รับโอนเงินเหยื่อชาวกาญจนบุรี-กดถอนตาม “เจ๊” สั่งส่งคนคุม
วันนี้ (18 ก.ย.) พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.อนุพันธ์ กันถารัตน์ ผกก.สภ.เชียงแสน, พ.ต.ท.อาณัติ กาวิชา รอง ผกก.ป.ฯ และ พ.ต.ท.กิตติภูมิ กันจินะ รอง ผกก.สส.ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ท.โกวิทย์ จักรสมศักดิ์ สว.สส.สภ.เชียงแสน ร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ภ.5) และศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) ควบคุมตัวและดำเนินคดีกับนายสมาน อายุ 54 ปี นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 26 ปี ชาว ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย พร้อมยึดเงินสดจำนวน 100,000 บาท สมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มเป็นของกลาง
การจับกุมมีขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบมีการทำธุรกรรมทางการเงินผิดปกติที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงแสน ต.เวียง อ.เชียงแสน จึงรีบไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมาพบนายสมานกำลังเข้าไปถอนงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคาร เป็นเงินสดจำนวน 100,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบซึ่งนายสมานยอมรับโดยดีว่าได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์จาก "เจ๊" ให้นำเงินไปส่งมอบให้กับคนขับรถยนต์เก๋งที่จอดรออยู่หน้าธนาคาร เจ้าหน้าที่จึนำตัวนายสมานไปควบคุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ที่นั่งรออยู่ภายในรถได้อีก 1 คน
จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของทั้งคู่พบว่านายณรงค์ชัยได้ส่งสลิปโอนเงินเข้าบัญชีของนายสมานจำนวน 100,000 บาท เข้าไลน์ของนายสมานเมื่อวันที่ 16 ก.ย.และมีคำสั่งจาก “เจ๊”ไม่ทราบชื่อให้นายสมานไปถอนเงินสดออกมาให้นายณรงค์ศักดิ์ เพื่อให้นำไปมอบให้กับเครือข่าย คาดว่าเป็นขบวนการหลอกลวงออนไลน์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทั้งคู่จะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 2,500 บาท
ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้่าที่ตรวจสอบต้นทางของเงินสดจำนวน 100,000 บาทดังกล่าว พบว่าถูกโอนมาจากบัญชีของนางพรพชรมลซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้โอนเงินที่ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี แล้ว
เจ้าหน้าที่จึงเห็นว่านายสมานเปิดบัญชีธนาคารแทนคนอื่นหรือเป็นเจ้าของบัญชีม้าและเป็นม้าถอนเงิน ส่วนนายณรงค์ศักดิ์ทำหน้าที่ขับรถควบคุมม้าและรวบรวมเงินสดเพื่อนำส่งต่อ จึงตั้งช้อหาว่า “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่)” ซึ่งทั้งคู่รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา.


