xs
xsm
sm
md
lg

คนเมืองกาญจน์นัดลงพื้นที่ 23 ก.ย. แก้ปัญหากลิ่นขี้หมู ชาวบ้านรางหวาย-ดอนตาเพชรร้องเดือดร้อน พบ 2 ฟาร์มมีจุดต้องปรับปรุง่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี – นายอำเภอพนมทวนเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาประชาชนในพื้นที่ ต.รางหวาย และ ต.ดอนตาเพชร ร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากกลิ่นเหม็นฟาร์มเลี้ยงสุกร เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขร่วมกันอีกครั้ง 23 ก.ย.นี้ หวังแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและลดผลกระทบต่อชาวบ้านในระยะยาว

จากกรณีประชาชนในพื้นที่ ต.รางหวาย และ ต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและกลิ่นเหม็นจากฟาร์มเลี้ยงสุกร นายสุเทพ วงศ์วัชรมงคล นายอำเภอพนมทวน จึงมอบหมายให้นายมนตรี เทศจำรูญ และนายดำรงศักดิ์ คำดวง ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพนมทวน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ร่วมกับ อบต.ดอนตาเพชร เทศบาลตำบลรางหวาย ปศุสัตว์อำเภอ และสาธารณสุขอำเภอพนมทวน โดยมีนายรพี ชำนาญเรือ นักต่อสู้เพื่อประชาชน ร่วมสังเกตการณ์

วันนี้ (17 ก.ย. ) นายสุเทพ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงสุกรในพื้นที่หมู่ 10 บ้านหนองระหง ต.ดอนตาเพชร พบว่าฟาร์มมีบ่อพักสิ่งปฏิกูลและมูลสุกรทั้งหมด 4 บ่อ โดยบ่อแรกยังไม่ได้ใช้ผ้ายางที่ได้มาตรฐานคลุมปิดบ่อ แต่ผู้ประกอบการมีการใช้ออกซิเจนและเครื่องตีน้ำเพื่อบำบัดบ่อพักมูลสุกร ทำให้บริเวณดังกล่าวมีกลิ่นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม จุดอื่นของฟาร์มมีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบกลิ่นเหม็นรบกวนบริเวณโดยรอบ

เจ้าหน้าที่จึงให้คำแนะนำผู้ประกอบการให้นำแผ่นพลาสติกหรือผ้ายางที่มีความเหนียวและได้มาตรฐานมาคลุมปิดปากบ่อพักให้มิดชิด เพื่อช่วยควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียแบบปิด และลดการแพร่กระจายของกลิ่น

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงสุกรอีกแห่งในพื้นที่หมู่ 8 ต.รางหวาย พบว่าบริเวณท้ายโรงเรือนมีพัดลมระบายอากาศ แต่ยังไม่มีผ้าสแลนสำหรับดักกลิ่นและฝุ่นละออง ทำให้ในช่วงที่มีลมอาจเกิดการพัดพากลิ่นมูลสุกรออกสู่พื้นที่ภายนอกและบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ บ่อพักมูลสุกรบ่อที่ 3 ยังไม่มีผ้าคลุมปิด และระดับน้ำเสียอยู่ใกล้ปากบ่อ จึงอาจเกิดการเอ่อล้นในช่วงฝนตกหนักและส่งผลให้มีกลิ่นออกสู่ภายนอก

เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการติดตั้งผ้าสแลนบริเวณท้ายโรงเรือนในจุดที่พัดลมระบายอากาศ เพื่อช่วยดักฝุ่นละอองและลดการแพร่กระจายของกลิ่น รวมถึงให้ใช้ผ้ายางหรือแผ่นพลาสติกคลุมปิดปากบ่อพักให้มิดชิด พร้อมใช้ออกซิเจนและเครื่องบำบัดน้ำเสียในระบบบ่อพัก

นายสุเทพกล่าวว่า ผู้ประกอบการทั้ง 2 ฟาร์มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันบูรณาการหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ด้านนายรพี ชำนาญเรือ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าฟาร์มเลี้ยงสุกรในพื้นที่หมู่ 8 ต.รางหวาย เป็นฟาร์มที่ย้ายฐานการเลี้ยงมาจาก จ.นครปฐม โดยมีเจ้แขกเป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบจุดที่อาจเป็นสาเหตุของกลิ่นอยู่ 2 จุด

จุดแรกเป็นบริเวณพัดลมดูดอากาศจากโรงเรือน ซึ่งระบายอากาศออกสู่ภายนอกโดยตรง โดยไม่มีระบบกรองหรือวัสดุดักกลิ่น ส่วนจุดที่สองเป็นบริเวณบ่อพักน้ำเสีย ซึ่งรับน้ำที่ระบายออกจากระบบบ่อเก็บมูลสุกร โดยแม้บ่อเก็บมูลสุกรจะมีผ้าใบคลุมเพื่อใช้ในการผลิตก๊าซ แต่บ่อพักน้ำทั้ง 3 บ่อไม่มีผ้าคลุม ทำให้น้ำเสียเกิดการสะสมและอาจส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงพบแมลงวันจำนวนมากในช่วงฤดูฝน

นายรพีกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ตั้งฟาร์มอยู่บริเวณเชิงเขา ทำให้ทิศทางลมอาจพัดพากลิ่นจากฟาร์มย้อนกลับเข้าหาพื้นที่ ต.รางหวาย และ ต.ดอนตาเพชร ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นรบกวนเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ นายรพีได้เดินทางไปสังเกตการณ์บริเวณฟาร์มอีกครั้ง พบว่าในช่วงดังกล่าวไม่มีกลิ่นเหม็น เนื่องจากฟาร์มอยู่ระหว่างพักการเลี้ยงและทำความสะอาดโรงเรือน

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลรางหวายได้ทำหนังสือเชิญหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาอีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. 2569 โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอพนมทวน และผู้นำชุมชน เข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป