xs
xsm
sm
md
lg

สระแก้วเข้ม! ทหารพราน 13 เปิดสนามยิงเขาอีด่าง ซ้อมกระสุนจริง ฝึกเคลื่อนที่เป็นชุดยิง 300-200-100 เมตร เสริมทักษะรับสถานการณ์ชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สระแก้ว – ทหารพราน 13 เดินหน้าฝึกเข้ม เปิดสนามยิงปืนทางยุทธวิธีเขาอีด่าง ซ้อมยิงกระสุนจริง พร้อมฝึกเคลื่อนที่เป็นชุดยิงจากระยะ 300 เมตร เข้าสู่ 200 และ 100 เมตร มุ่งเสริมทักษะ ความชำนาญ การทำงานเป็นทีม และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้แรงกดดัน เตรียมความพร้อมกำลังพลรองรับภารกิจตามแนวชายแดน

วันนี้ (17 ก.ย.) กรมทหารพรานที่ 13 เปิดการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง ประกอบการเคลื่อนที่เป็นชุดยิง พร้อมการยิงอาวุธประจำหน่วย ณ สนามยิงปืนทางยุทธวิธีเขาอีด่าง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยฝึกให้กำลังพลเคลื่อนที่จากแนวระยะ 300 เมตร เข้าสู่ระยะ 200 เมตร และ 100 เมตร ตามลำดับ เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิบัติร่วมกันเป็นทีม รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าภายใต้สภาวะกดดัน

การฝึกครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะและความชำนาญในการใช้อาวุธ ตลอดจนเพิ่มความพร้อมของกำลังพลในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการประสานงานอย่างเป็นระบบ

การฝึกอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.ภูมินรินทร์ สุขเสพ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 13 โดยมีหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา และหน่วยเฉพาะกิจคลองหาด

สำหรับรูปแบบการฝึก ได้จำลองสถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริง โดยเน้นการเคลื่อนที่จากระยะไกลเข้าสู่แนวเป้าหมายตามลำดับ พร้อมฝึกเปลี่ยนท่าการยิงให้เหมาะสมกับระยะ รวมถึงการควบคุมการปฏิบัติตามขั้นตอน และมีการบันทึกคะแนนการยิงเพื่อประเมินผลความสามารถของกำลังพล ทั้งด้านความแม่นยำ ความคล่องตัว การปฏิบัติตามคำสั่ง และการทำงานร่วมกันภายในชุดยิง

นอกจากการยิงปืนด้วยกระสุนจริงแล้ว กำลังพลยังได้รับการฝึกยิงอาวุธประจำหน่วย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มความชำนาญในการใช้อาวุธ ตลอดจนฝึกการปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องและสามารถประสานการทำงานกับกำลังพลส่วนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของการฝึกครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะความแม่นยำในการยิง แต่ยังให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม การเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบ การปฏิบัติตามคำสั่ง และการแก้ไขเหตุติดขัดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติภายใต้สถานการณ์กดดัน

เนื่องจากภารกิจในพื้นที่ชายแดนอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กำลังพลจึงจำเป็นต้องมีทั้งทักษะเฉพาะบุคคลและความสามารถในการทำงานร่วมกับกำลังพลนายอื่น การฝึกในลักษณะนี้จึงเป็นการสร้างความคุ้นเคยกับสถานการณ์กดดัน และเตรียมกำลังพลให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสอดประสานกันเมื่อได้รับมอบหมายภารกิจ