ประจวบคีรีขันธ์ – องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตรวจความก้าวหน้าและการบริหารจัดการน้ำของ 2 โครงการสำคัญใน อ.กุยบุรี มุ่งแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคเกษตรและประชาชนในพื้นที่
วันนี้ (16 ก.ย.) พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำยางชุมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ
สำหรับอ่างเก็บน้ำยางชุมฯ เดิมก่อสร้างขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ก่อนที่ในปี 2546 จะมีพระราชดำริให้พิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ กรมชลประทานจึงดำเนินการปรับปรุงเพิ่มความจุจากเดิม 32 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 41.10 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถสนับสนุนพื้นที่การเกษตรได้รวมประมาณ 20,065 ไร่
นอกจากประโยชน์ด้านการเกษตรแล้ว อ่างเก็บน้ำยางชุมฯ ยังมีส่วนช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่ากุยบุรี เป็นแหล่งน้ำให้สัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างป่า รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำกุยบุรี
จากนั้นองคมนตรีและคณะเดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยวังเต็นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ ผลการดำเนินงาน รวมถึงปัญหาและอุปสรรค พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่อ่างเก็บน้ำ
อ่างเก็บน้ำห้วยวังเต็นฯ เกิดขึ้นจากพระราชดำริเมื่อปี 2541 เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง มีความจุประมาณ 11.40 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกและการอุปโภคบริโภคของประชาชนท้ายอ่างได้ประมาณ 4,000 ไร่ ครอบคลุม 540 ครัวเรือน ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและสร้างรายได้ให้เกษตรกร
ปัจจุบัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวม 105 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ 69 โครงการ ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ตลอดจนสนับสนุนการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่


