xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามขอบิณฑบาตคดีหมิ่น-อโหสิกรรม "ลุงแหวน ธานอส"ที่ปรึกษาป้าดา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น —เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเมตตา ขอบิณฑบาตทีมมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ไม่ดำเนินคดีหมิ่นประมาท งดฟ้อง "ลุงแหวน ธานอส"ทีปรึกษาป้าดา อโหสิกรรมให้ทุกคนที่เคยด่าทอ ส่วนคดีอาญาบุกรุกปล่อยเดินตามกฎหมาย ด้านลูกสาวไวยาวัจกรคนแรกน้ำตาคลอ ปล่อยโฮส่งสารถึงพ่อบนฟ้า "วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว"


                             

วันนี้(16 ก.ย.)ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ภายหลังลงนามและประทับตราทางทะเบียนแล้ว มีการส่งมอบโฉนดฉบับจริงถวายพระครูอดุลสารนิเทศ ก่อนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจะจัดทำสำเนา โดยโฉนดฉบับจริงถูกส่งมอบให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เก็บรักษาตามระเบียบ ส่วนสำเนาโฉนดถูกจัดทำถวายแก่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อนำกลับมาเก็บไว้ที่วัดเป็นหลักฐาน

เมื่อคณะเดินทางกลับถึงวัด นายอนันต์ชัยพร้อมทีมมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้หารือกับพระครูอดุลสารนิเทศถึงกรณีบุคคลที่เคยกล่าวดูหมิ่นหรือกล่าวหาพระครู รวมถึงแนวทางดำเนินคดีที่ทีมทนายได้เตรียมไว้ โดยน.ส.พัณณ์ชิตา ไชยเดช หรือ “ทนายฟ้าใส” บุตรสาวนายอนันต์ชัย ซึ่งรับผิดชอบงานคดี เปิดเผยว่า ทีมทนายได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมดำเนินคดีกับ นายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” จากกรณีกล่าวถึงพระครูอดุลสารนิเทศในรายการโทรทัศน์ โดยได้รายงานรายละเอียดให้เจ้าอาวาสทราบ

แต่พระครูอดุลสารนิเทศขอ “บิณฑบาต” เรื่องดังกล่าว และต้องการให้อภัยผู้ที่กล่าวดูหมิ่น จึงขอไม่ให้ทีมทนายดำเนินคดีในส่วนนี้ ซึ่งมูลนิธิทนายกองทัพธรรมรับดำเนินการตามความประสงค์ของเจ้าอาวาส


พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้มีความยินดีที่โฉนดที่ดิน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 ขณะนี้ชื่อในโฉนดได้เป็นของวัดป่าอดุลยารามเรียบร้อยแล้ว เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามความเป็นจริง เรื่องคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นดูแคลน หลวงพ่อขอให้อภัยทั้งหมด ไม่ติดใจเอาความ และได้แจ้งความประสงค์ต่อมูลนิธิทนายกองทัพธรรมแล้วว่าไม่ต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวดูหมิ่น ซึ่งก่อนหน้านี้มีความกังวลว่า แม้ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์จะผ่านการพิจารณาของศาลมาแล้ว

แต่ชื่อในโฉนดเลขที่ 61945 ยังคงเป็นชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี จนกระทั่งวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าพนักงานที่ดินจึงดำเนินการทางทะเบียนให้ชื่อวัดป่าอดุลยารามปรากฏในโฉนดอย่างสมบูรณ์ โดยพระครูเปิดเผยภายหลังว่าไม่วิตกกังวลเรื่องดังกล่าวอีกแล้ว


ด้านนางสุภาพร บุญพรหมมา อายุ 53 ปี บุตรสาวของ นายของ อินทรีย์ ไวยาวัจกรคนแรกของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการขออนุญาตสร้างและตั้งวัด โดยหลังนายเคน ดอนอิศวร ซึ่งดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดในช่วงแรกถึงแก่กรรม นายของได้ดำเนินการต่อ และชื่อของนายของ อินทรีย์ปรากฏในประกาศการตั้งวัดป่าอดุลยารามอย่างเป็นทางการ

นางสุภาพรกล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยหลวงพ่อและร่วมกับชาวบ้านฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะขยายใหญ่โตจนมาถึงวันนี้ เมื่อทุกอย่างเดินทางมาถึงจุดนี้รู้สึกว่า “ความดีย่อมชนะอธรรมเสมอ”

นางสุภาพรกล่าวว่า สิ่งที่อยากบอกกับพ่อ หากวันนี้พ่อยังรับรู้ได้ คือ ชาวชุมชนวัดป่าอดุลยารามได้ร่วมมือร่วมใจกันจนผ่านวิกฤตมาได้ และอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว สิ่งที่พ่อทำและปูพื้นฐานไว้ รอยมือรอยเท้าที่พ่อทำไว้ทุกอย่าง วันนี้เราชนะแล้ว”


ส่วนหลังจากนี้ นางสุภาพรมองว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นอีก และเมื่อเรื่องเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ทุกฝ่ายควรยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองทำถูกหรือผิด สำหรับเรื่องการให้อภัยนั้น ส่วนตัวไม่ได้มีความอาฆาต และไม่ต้องการสาปแช่งใคร แต่อยากปล่อยให้เป็นเรื่องของผลจากการกระทำ เพราะแต่ละคนย่อมรู้แก่ใจว่าสิ่งที่ตนเองทำลงไปถูกหรือผิด