ประจวบคีรีขันธ์ – ตำรวจ ปส.สนธิกำลัง ตร.ทางหลวงและ ตร.ภูธร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สกัดจับรถตู้ขนไอซ์จาก อ.แม่สาย มุ่งหน้าส่ง จ.สงขลา หลังพยายามเร่งเครื่องหลบหนี ก่อนหักเลี้ยวผิดทาง รถเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้วบ้านกลางเมืองประจวบฯ ตรวจค้นพบไอซ์ 23 กระสอบ รวม 464 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เจ้าตัวอ้างรับจ้างขนมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดได้ค่าจ้าง 5 แสนบาท เตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งงาน
เย็นวันนี้( 15 ก.ย.) พ.ต.ท.สุรนันท์ มีพันธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุรถตู้ชนกำแพงรั้วบริเวณหัวมุมสี่แยกดอนทราย เส้นทางไปถนนสุขจิต เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บก.ปส. ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบรถตู้ฮุนได รุ่นทัวริ่ง สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮอ 6169 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังเสียหาย หลังพุ่งชนกำแพงรั้วบ้านจนทะลุ โดยมีตำรวจหลายสิบนายกระจายกำลังโดยรอบ พร้อมควบคุมตัวนายมินธาฎา มาป้อ อายุ 23 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นคนขับรถไว้ได้
เจ้าหน้าที่เปิดประตูรถตู้ทั้งสองด้าน พบกระสอบจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายใน จึงนำรถสไลด์เคลื่อนย้ายไปตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนพบของกลางเป็นไอซ์บรรจุในกระสอบจำนวน 23 กระสอบ เมื่อนำออกมาตรวจนับพบไอซ์รวม 464 ห่อ น้ำหนักประมาณ 464 กิโลกรัม เบื้องต้นประเมินมูลค่าของกลางประมาณ 464 ล้านบาท
ต่อมา พ.ต.อ.ประสงค์ พันธ์สวัสดิ์ ผกก.กก.4 บก.สกส.บก.ปส. พร้อมด้วย พ.อ.ประกาศ จันจะนะ รอง ผบ.ฉก.จงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบของกลาง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดไปดำเนินการตามขั้นตอน
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ปส. ทราบว่าขบวนการดังกล่าวไปรับยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อขนลงไปส่งในพื้นที่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงติดตามเส้นทางและประสานตำรวจทางหลวงให้ช่วยสกัดรถ กระทั่งพบรถต้องสงสัยในพื้นที่ ต.บ่อนอก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ระหว่างการติดตาม ผู้ต้องหาเริ่มรู้ตัวว่าถูกเจ้าหน้าที่สะกดรอย จึงเร่งความเร็วพยายามหลบหนี เมื่อเข้าสู่เส้นทางหลักบริเวณสี่แยกประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาพยายามเปลี่ยนเส้นทางเข้าเขตตัวเมือง ก่อนเลี้ยวเข้าสู่ถนนเกาะหลักเพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากไม่คุ้นเคยเส้นทาง เมื่อมาถึงสี่แยกดอนทราย ซึ่งเป็นทางโค้งและเป็นจุดตัดระหว่างถนนเกาะหลักกับถนนสุขจิต รถเกิดเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้วบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวได้ทันที
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมินธาฎา ให้การว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 150,000 บาท ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท เนื่องจากเป็นเส้นทางระยะไกลจากภาคเหนือสุดไปยังภาคใต้
ผู้ต้องหาอ้างอีกว่า เดิมรับไอซ์จากพื้นที่ อ.แม่สาย โดยใช้รถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ ก่อนแวะพักที่ จ.ลำปาง และเปลี่ยนรถเป็นรถฮุนได เอช 1 จากนั้นขับลงภาคใต้และแวะพักค้างคืนที่โรงแรมใน จ.ราชบุรี ก่อนเดินทางต่อและถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนเงินค่าจ้าง 500,000 บาท ผู้ต้องหาอ้างว่าเตรียมนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีแต่งงานกับแฟนสาว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผลถึงผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


