xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ ชลบุรี ผนึก กมธ.ปปง.ลุยบ้านบึง! เอ็กซเรย์เส้นทางเงิน-ที่ดิน 193 ล้าน ตรวจ 7 บริษัทต้องสงสัยนอมินีต่างด้าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผู้ว่าฯ ชลบุรี ร่วมกับ กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฏร ลงพื้นที่ อ.บ้านบึง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การถือครองที่ดิน และธุรกิจที่อาจเชื่อมโยงทุนต่างด้าว หลังพบธุรกรรมซื้อขายที่ดิน 2 โฉนด มูลค่ากว่า 193.6 ล้านบาท ขณะเดียวกันพบ 7 บริษัทเข้าข่ายนิติบุคคลต่างด้าวถือครองที่ดินรวมกว่า 23 ไร่ อยู่ระหว่างตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

วันนี้( 15 ก.ย.) นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ณ ห้องประชุมพระพิพิธโภไคย ศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยมีนายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ รองประธานกรรมาธิการ คนที่ 3 นายวงศ์วชร ขาวทอง รองประธานกรรมาธิการ คนที่ 5 นายภัครธรณ์ เทียนไชย กรรมาธิการและที่ปรึกษากรรมาธิการ พร้อมคณะ ร่วมประชุมกับนายพงษ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การถือครองที่ดิน และการประกอบธุรกิจในพื้นที่ อ.บ้านบึง หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบข้อมูลบางส่วนที่อาจเชื่อมโยงกับบุคคลต่างด้าว โดยประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบมีทั้งธุรกรรมซื้อขายที่ดิน การถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และโครงสร้างนิติบุคคล

ข้อมูลจากการตรวจสอบของ สภ.บ้านบึง และสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบ้านบึง พบการทำสัญญาซื้อขายที่ดินจำนวน 2 โฉนด มูลค่ารวมกว่า 193.6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน ผู้ชำระเงินจริง รวมถึงผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อหาความเชื่อมโยงของธุรกรรมดังกล่าว

อีกประเด็นเป็นคดีเกี่ยวกับการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี” ซึ่ง สภ.บ้านบึงได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีอาญา หลังพบพฤติการณ์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าอาจมีกลุ่มทุนต่างชาติออกเงินให้บุคคลสัญชาติไทยถือครองที่ดินแทน โดยได้ประสานสำนักงานที่ดินฯ ให้แจ้งเตือนทันที หากมีการยื่นทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ขณะเดียวกันยังพบข้อมูล 7 บริษัทที่เข้าข่ายนิติบุคคลต่างด้าว ถือครองที่ดินรวมประมาณ 23 ไร่ ราคาประเมินรวมกว่า 10.7 ล้านบาท โดยใช้ประโยชน์ทั้งเป็นสำนักงาน ที่พักอาศัย โรงงาน และคลังสินค้า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ตลอดจนผู้มีอำนาจสั่งการและผู้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

การประชุมและลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลตรวจสอบธุรกรรมและโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินในพื้นที่บ้านบึง โดยเฉพาะกรณีที่อาจเข้าข่ายการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินหรือประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามข้อมูลเส้นทางการเงิน การถือครองที่ดิน และโครงสร้างนิติบุคคลอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจ และรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ