xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” ลุยราชบุรี สั่ง ทล.-ทช.เร่งแก้สะพานเก่า–คอขวด ดัน “ตรีบุรีรัถยา” เชื่อม 3 จังหวัด รับเมือง–ท่องเที่ยว–ประตูสู่ภาคใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ราชบุรี – “พิพัฒน์” ลงพื้นที่ราชบุรี รับฟังปัญหาจากจังหวัดและประชาชน สั่งกรมทางหลวง–กรมทางหลวงชนบท เร่งแก้ปัญหาสะพานเก่า จุดคอขวด และการจราจรติดขัด พร้อมเดินหน้าโครงการ “ตรีบุรีรัถยา” เชื่อมกาญจนบุรี–ราชบุรี–เพชรบุรี ระยะทางศึกษารวม 137 กม. รองรับการขยายตัวของเมือง การขนส่ง และการท่องเที่ยว เชื่อมต่อภาคตะวันตกสู่ภาคใต้ คาดศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ เม.ย. 2570

วันนี้ (15 ก.ย. 2569) เวลา 15.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการคมนาคมสำคัญ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากจังหวัด ผู้แทนประชาชน และผู้นำท้องถิ่น โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และนางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี รวมถึง สส.ราชบุรี เขต 1 เขต 4 และเขต 5 ร่วมลงพื้นที่

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับฟังปัญหาจากพื้นที่โดยตรง เพื่อนำมาจัดลำดับความสำคัญและเร่งแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาสะพานเก่า จุดคอขวด การจราจรติดขัด และโครงข่ายที่ยังเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์ พร้อมมอบหมาย ทล. และ ทช. เร่งดำเนินการในส่วนที่สามารถแก้ไขได้ทันที รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณสำหรับโครงการที่มีความจำเป็นต่อประชาชน

สำหรับ สะพานธนะรัชต์ ซึ่งเป็นสะพานสำคัญข้ามแม่น้ำแม่กลองและเปิดใช้งานมานาน ทล. ได้ออกแบบงานบูรณะแล้ว เตรียมจัดสรรงบประมาณปี 2571 ประมาณ 190 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างให้สามารถรองรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน พร้อมเตรียมศึกษาและออกแบบ Skywalk บริเวณข้างสะพาน รวมถึงดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้พื้นที่ร่วมกับจังหวัด นอกจากนี้ยังมีแผนปรับปรุงป้ายหยุดรถไฟจุฬาลงกรณ์ เพื่อยกระดับการให้บริการขนส่งทางรางให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่เมือง

ส่วน สะพานสิริลักขณ์ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมต่อสู่ภาคใต้ ปัจจุบันสะพานเดิมมีสภาพเก่าและมีเพียง 2 ช่องจราจร ทำให้เกิดปัญหาคอขวด การจราจรติดขัด และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ กระทรวงคมนาคมจึงเร่งผลักดันก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ โดยได้รับงบประมาณปี 2570 วงเงิน 1,300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการจราจรเป็น 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในระยะยาวต้องพัฒนาโครงข่ายทั้งภูมิภาคควบคู่กับการแก้ปัญหาจุดเดิม โดย ทช. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการ “ตรีบุรีรัถยา” เชื่อมโยง กาญจนบุรี–ราชบุรี–เพชรบุรี ระยะทางศึกษารวมประมาณ 137 กิโลเมตร เพื่อเป็นโครงข่ายทางเลือก รองรับการขยายตัวของเมือง การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางจากภาคตะวันตกลงสู่ภาคใต้ คาดว่าจะศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2570

ขณะเดียวกัน ทช. เตรียมผลักดันโครงการ สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองแห่งใหม่ เชื่อมพื้นที่บริเวณวัดสีดาราม อ.ดำเนินสะดวก กับวัดเหนือวน อ.เมืองราชบุรี เพื่อแก้ปัญหาประชาชนสองฝั่งแม่น้ำที่ต้องเดินทางอ้อมไปใช้สะพานในระยะไกล โดยโครงการจะช่วยลดระยะทางและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพิ่มความสะดวกในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร การค้า การท่องเที่ยว และการเข้าถึงชุมชน เตรียมเข้าสู่กระบวนการศึกษา สำรวจ ออกแบบ และจัดทำ EIA ในปีงบประมาณ 2571 ก่อนผลักดันเข้าสู่แผนก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2573 วงเงินเบื้องต้นประมาณ 250 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ย้ำว่า การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมราชบุรีต้องเดินหน้าทั้ง “แก้จุดเดิม–เติมโครงข่ายใหม่” โดยเร่งแก้ปัญหาสะพานและจุดคอขวดที่ประชาชนเผชิญอยู่ พร้อมวางโครงข่ายระยะยาวเชื่อมกาญจนบุรี–ราชบุรี–เพชรบุรี และต่อเนื่องสู่ภาคใต้ เพื่อให้ราชบุรีเป็นจุดเชื่อมสำคัญของภาคตะวันตก สนับสนุนการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และยกระดับความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน