xs
xsm
sm
md
lg

ญาติไม่รับพวงมาลัยขอขมา!โต๊ะเจรจาหมอเก๋งแดงชน จยย.นศ.เสียชีวิต2 เจ็บ1 จบไม่ลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงราย – โต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยคดีหมอขับเก๋งแดงฝ่าสัญญาไฟชน จยย.นักศึกษาสาวนิติศาสตร์ ม.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต 2 ราย สาหัสอีก 1 รอบแรกสุดตึงเครียด..ญาติไม่รับพวงมาลัยขอขมา ชี้ตีค่าความสูญเสียต่ำ พงส.ต้องนัดใหม่


วันนี้ (15 ก.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ได้นัดคู่กรณีนายแพทย์กมล อายุ 32 ปี แพทย์ด้านรังสีวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย ซึ่งขับรถยนต์เก๋งฝ่าสัญญานไฟจราจรชนรถจักรยานยนต์ที่จอดรอสัญญานไฟตรงสามแยกนางแล ถนนพหลโยธิน ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย ทำให้นักศึกษาสาวสำนักวิชานิติศาสตร์ มฟล.ชาว จ.น่าน และ ชาว จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 ราย และ ชาว จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เจรจากับไกล่เกลี่ยกับญาติผู้สูญเสีย

ซึ่ง พ.ต.ท.รัตนพล บั้งเงิน รอง ผกก.(สอบสวน) และ ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ร่วมเป็นคนกลาง ระหว่างการเจราจาที่เป็นไปอย่างตึงเครียด นายแพทย์กมลได้นำพวงมาลัยมาขอขมาครอบครัวผู้เสียหาย ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจจึงปฏิเสธที่รับ

ส่วนการตกลงเรื่องค่าเยียวยานั้น นายแพทย์กมลเสนอจะจ่ายเงินชดเชยรายละประมาณ 100,000 บาท และผู้บาดเจ็บประมาณ 50,000 บาท ซึ่งญาติของผู้สูญเสียไม่ตกลง ทำให้การเจราจรยุติและเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าจะนัดหมายเจรจารอบใหม่อีก

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ นายแพทย์กมลแจ้งต่อญาติของนักศึกษาว่าตัวเองจะเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อบวชอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปถึงผู้ที่สูญเสีย พร้อมได้มอบเงินเยียวยาให้เบื้องต้น 250,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนซึ่งยังไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดด้วย


นายแพทย์กมล กล่าวว่าวันนี้ตัวเลขข้อเสนอในการเยียวยายังคงไม่ตรงกัน ซึ่งที่จริงแล้วความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินเป็นตัวเงินได้ เพราะชีวิตของคนคนหนึ่งมีค่าสูงเกินกว่านั้น แต่ด้วยความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก จึงพยายามรวบรวมทรัพย์สินและจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นเท่าที่พอจะมีให้ไปก่อน

ด้านนางรูสนาณี กาซอ อายุ 55 ปี มารดา และนายอานันท์ กาซอ อายุ34 ปี พี่ชายของ น.ส.อัลฟาริน กาซอ นศ.สาวชาวปัตตานี วัย18 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวว่าครอบครัวเสียใจมาก ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ยังต้องเดินทางไปกลับจากภาคใต้มาเชียงราย หมดเงินไปเกือบแสนบาท การเยียวยาที่หมอเสนอมาแค่จะใช้เป็นค่าเดินทางหรือนำศพกลับบ้านยังไม่พอด้วยซ้ำซึ่งครอบครัวของเรารับไม่ได้จริงๆ

ขณะที่ น.ส.กัญญาภัทร ณ น่าน อายุ 43 ปี มารดาของ น.ส.นิชาภา พรมตอง นักศึกษาวัย 19 ปี ที่เสียชีวิตอีกคน กล่าวว่าตนเลี้ยงลูกสาวมาอย่างดี ตั้งใจส่งให้มาเรียนที่เชียงรายเพื่อหวังที่จะให้มีอนาคตที่ดี แต่กลับมาจบชีวิตจากการขับรถประมาทของคนเพียงคนเดียว เดิมเคยมีการขอโทษและยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่มาวันนี้กลับให้ค่าน้องน้อยมากเหมือนเป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป.