กาฬสินธุ์ - สถานการณ์ปลาหมอคางดำน่าวิตก ล่าสุดชาวบ้านหว่านแหจับได้กลางดึกรอบเขื่อนลำปาวเพิ่ม ดันยอดสะสมพุ่ง 16 ตัว ด้านประมงจังหวัดชี้ยังอยู่ในวงจำกัด คาดเป็นไซส์วัยรุ่น 3-6 เดือน ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามตั้งรับสุดกำลัง ผวาลูกปลา-ไข่ปะปน ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์สั่งยกระดับมาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" ล้อมคอกด่วน ป้องกันหลุดรอดสู่ลุ่มน้ำชี-มูล-โขง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของภาคอีสานที่ตรวจพบการระบาดในเขื่อน เริ่มส่งสัญญาณน่าเป็นห่วงขึ้นตามลำดับ หลังล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย ได้หว่านแหจับปลาแล้วพบปลาหมอคางดำขนาดวัยรุ่น อายุประมาณ 3–6 เดือน ติดมาเพิ่มอีก 3 ตัว ส่งผลให้ยอดรวมเฉพาะจุดนี้เพิ่มเป็น 9 ตัว และเมื่อรวมกับการสุ่มตรวจตามจุดต่างๆ รอบเขื่อนลำปาว ทำให้ยอดสะสมพุ่งสูงถึง 16 ตัวแล้ว
นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวประมงพื้นบ้านรวม 11 จุดรอบเขื่อนลำปาว พบปลาหมอคางดำรวม 13 ตัว เฉลี่ยจุดละ 1–3 ตัวเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมของปลาในวัยนี้มักชอบอยู่นิ่งเป็นฝูงตามแหล่งน้ำที่มีอินทรียวัตถุ ไม่เคลื่อนย้ายไปไหนไกล จึงประเมินว่าสถานการณ์ยังอยู่ในวงจำกัด ยังไม่เข้าข่ายการระบาดรุนแรงหรือต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และยังไม่มีรายงานพบหลุดรอดไปยังพื้นที่ใต้เขื่อนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับมอบหมายจาก นายสุวรรธน์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เป็นประธานการประชุมเพื่อวางแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน
โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เนื่องจากหากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่เหนือเขื่อนได้ อาจเกิดการแพร่กระจายลงสู่อ่างน้ำธรรมชาติ และลุกลามไปยังลุ่มน้ำสำคัญของภาคอีสาน ทั้งลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำโขง ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศและอาชีพประมงอย่างมหาศาล
ขณะที่ นายวีระชาติ ภูโปร่ง ประธานสมาพันธุ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน อำเภอยางตลาด ระบุว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่พบปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าบ่อเลี้ยงกุ้ง แต่กลุ่มเกษตรกรได้ยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด โดยเพิ่มความเข้มงวดในการใช้อุปกรณ์กรองน้ำหลายชั้นทุกครั้งที่สูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าบ่อ เพื่อป้องกันไข่และลูกปลาเล็ดลอดเข้ามาทำลายผลผลิต
ด้าน นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรมประมงได้เดินหน้ามาตรการ "เจอ แจ้ง จับ จบ" เพื่อตัดวงจรชีวิตปลาหมอคางดำ ดังนี้ เมื่อพบปลาลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ รีบแจ้งเบาะแสผ่าน QR Code หรือสายด่วนสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. 043-811034
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและกำจัดด้วยเครื่องมือประมงที่เหมาะสม หรือนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ทันที เช่น ปรุงอาหาร (ทำไส้อั่ว ข้าวเกรียบ สาคูไส้ปลา น้ำยาขนมจีน) ทำปลาป่น หรือหมักทำน้ำหมักชีวภาพบำรุงพืชและสัตว์
ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนในจังหวัดกาฬสินธุ์ยังคงผนึกกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อล้อมคอกและกวาดล้างปลาหมอคางดำให้จบสิ้นอยู่เหนือเขื่อนลำปาว ไม่ให้ขยายพันธุ์สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรในระยะยาว


