พระนครศรีอยุธยา – “ป้าอยุธยา” พร้อม “เล็ก บาร์โค้ด” และคณะลูกศิษย์หลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ กว่า 10 คน รวมตัวถือป้าย “ขอทวงคืนวัดพุทไธศวรรย์” เดินทางมายังกุฏิของอดีตพระผู้เกี่ยวข้องกับวัด ก่อนหิ้วถังน้ำสาดล้างบริเวณโดยรอบ อ้างเป็นการ “ล้างซวย-ล้างสิ่งอัปมงคล” พร้อมเรียกร้องให้คืนพื้นที่และสานต่อสิ่งที่หลวงพ่อหวลสร้างไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพบริเวณ “กุฏิสมีโชติ” อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ช่วงบ่ายของวันที่ 14 กันยายน พบว่า “ป้าอยุธยา” พร้อม “เล็ก บาร์โค้ด” ลูกศิษย์หลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และคณะลูกศิษย์เก่ากว่า 10 คน เดินทางมายังกุฏิอดีตพระผู้เกี่ยวข้องกับวัด พร้อมถือป้ายข้อความเรียกร้องให้ “ทวงคืนวัดพุทไธ” กลับคืนมา ก่อนนำถังน้ำมาสาดบริเวณโดยรอบ โดยระบุว่าเป็นการล้างสิ่งไม่ดีและสิ่งอัปมงคล หลังเกิดกระแสปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวัดในช่วงที่ผ่านมา
ป้าอยุธยากล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการทวงคืนวัดให้หลวงพ่อหวล พร้อมเรียกร้องให้บุคคลที่ตนมองว่าเข้ามาสร้างความเสื่อมเสียและความแตกแยกออกจากวัด โดยระบุว่าพระที่เข้ามาอยู่ในวัดควรสร้างคุณงามความดี และอ้างว่าตนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการซื้อขายตำแหน่งพระจากข่าวที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ด้าน “เล็ก บาร์โค้ด” ลูกศิษย์หลวงพ่อหวล กล่าวว่า วัดพุทไธศวรรย์เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และหลวงพ่อหวลได้เข้ามาบูรณะวัดจากสภาพที่รกร้าง พร้อมทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านและดูแลพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง จนวัดมีความสวยงามและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน
เล็ก บาร์โค้ด กล่าวอีกว่า ลูกศิษย์ต้องการทวงคืน “ศักดิ์และสิทธิ์” ในสิ่งที่หลวงพ่อหวลเคยสร้างและดูแลไว้ พร้อมอยากให้กิจกรรมและแนวทางที่ดีซึ่งหลวงพ่อหวลเคยทำกลับมาสานต่อ โดยเฉพาะกุฏิเก่าของหลวงพ่อที่ปัจจุบันแทบไม่มีใครรู้จัก จึงอยากให้มีการปรับปรุงพื้นที่และคืนสภาพความงดงามของวัดกลับมาอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เวลา 15.00 น. พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง และรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พร้อมคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เข้าประชุมภายในพระอุโบสถ โดยปิดประตูระหว่างการประชุม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมายังกุฏิอดีตพระผู้เกี่ยวข้องกับวัด โดยประสานไวยาวัชกรให้นำกุญแจมาเปิดประตู ก่อนนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายใน เบื้องต้นเป็นการตรวจสอบความเรียบร้อยและสำรวจพื้นที่โดยรอบ พร้อมเตรียมดำเนินการรื้อถอนสิ่งต่อเติมที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงพื้นที่ที่มีสภาพรกทึบ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และสำรวจโบราณสถานโดยรอบให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
การดำเนินการดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูพื้นที่และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของวัดพุทไธศวรรย์ให้กลับมามีความงดงามและเหมาะสมกับการเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อไป


