สมุทรสงคราม – ความหวังของชาวแม่กลองเดินหน้าอีกก้าว! กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลองกว่า 30 คน เดินทางติดตามคดีปลาหมอคางดำที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ หลังต่อสู้กับปัญหามานาน 15 ปี ขณะที่ฝ่ายจำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านการดำเนินคดีแบบกลุ่ม และประเด็นการเป็นคดีสิ่งแวดล้อม ศาลนัดฟังคำสั่ง 30 พ.ย.นี้
นายปัญญา โตกทอง แกนนำเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง ชาว ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดกว่า 30 คน เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมทีมทนายความด้านสิ่งแวดล้อมจากสภาทนายความ แม้วันนี้ยังไม่มีคำตัดสิน แต่ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจ เพราะกระบวนการยังเดินหน้าต่อไป
สำหรับความคืบหน้าคดี ฝ่ายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์โต้แย้งประเด็นการดำเนินคดีแบบกลุ่ม รวมถึงประเด็นว่าคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ โดยศาลนัดวันที่ 30 พ.ย. 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อฟังคำสั่ง รวมถึงกำหนดประเด็นข้อพิพาทและวางแนวทางการสืบพยานต่อไป ทั้งนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวยังไม่ใช่คำตัดสินว่าฝ่ายใดแพ้หรือชนะ
นายปัญญา กล่าวว่า สำหรับชาวบ้าน การดำเนินคดีแบบกลุ่มมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากต้องแยกกันฟ้องเป็นรายบุคคล แต่ละคนต้องจัดหาทนายและนำพยานหลักฐานในประเด็นเดียวกันมาสืบซ้ำ ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาจะกลายเป็นภาระของชาวบ้านที่ยังต้องทำมาหากินและเลี้ยงครอบครัว
“ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นร่วมกัน หากสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาร่วมกันได้ ก็จะช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงความยุติธรรม และลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการพิจารณาคดี” นายปัญญา กล่าว
แกนนำเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ต่อสู้กับปัญหาปลาหมอคางดำ ชาวบ้านไม่ได้สูญเสียเพียงรายได้ แต่ยังเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ และต้องเผชิญกับความกังวลต่ออนาคตของทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงชุมชนมาอย่างยาวนาน
เดิมมีพี่น้องประชาชนประมาณ 50 คนตั้งใจเดินทางมาศาล โดยบางส่วนต้องออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงตี 5 แต่เนื่องจากมีฝนตกหนัก ทำให้เดินทางมาได้กว่า 30 คน โดยเครือข่ายฯ ขอบคุณทั้งผู้ที่เดินทางมาร่วมติดตามคดีและผู้ที่ส่งกำลังใจ พร้อมขอบคุณทีมทนายความด้านสิ่งแวดล้อมจากสภาทนายความที่ช่วยนำความเดือดร้อนของชาวบ้านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นายปัญญา กล่าวว่า จากนี้ชาวบ้านจะร่วมกันเตรียมข้อมูลและข้อเท็จจริงให้พร้อมสำหรับการดำเนินคดีต่อไป โดยสิ่งที่ทุกคนรอคอยคือความเป็นธรรม และการแก้ไขปัญหาที่จะทำให้ชาวบ้านสามารถกลับมาประกอบอาชีพกับน้ำและคลองได้อย่างมั่นคง รวมถึงมีทรัพยากรที่ดีเหลือไว้ส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต


