xs
xsm
sm
md
lg

ทลายแหล่งใหญ่! บุก 2 ร้านอาหารสัตว์เพชรบุรี ยึด “สารเร่งเนื้อแดง” 1.3 ตัน ใหญ่สุดภาคกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพชรบุรี – ศูนย์พระพิรุณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี และกรมปศุสัตว์ บุกค้นร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.บ้านแหลม และ อ.บ้านลาด หลังได้รับร้องเรียนลักลอบจำหน่าย “สารเร่งเนื้อแดง” หรือสารกลุ่มเบต้า-อะโกนิสต์ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค พบของกลางรวม 1,328 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ระบุเป็นการตรวจยึดครั้งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคกลาง เตรียมนำส่งตรวจพิสูจน์ก่อนดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

วันนี้( 14 ก.ย. ) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้ศูนย์พระพิรุณ นำโดยนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์พระพิรุณ พร้อมด้วยนายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร รองผู้บัญชาการศูนย์พระพิรุณ และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมปฏิบัติการกับตำรวจ

การตรวจค้นนำโดย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมกำลังตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจค้นสถานประกอบการค้าอาหารสัตว์ 2 จุด ตามหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ ค.691/2569 และ ค.692/2569 โดยจุดแรกอยู่ใน ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม และจุดที่สองอยู่ใน ต.ท่าช้าง อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

จากการตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการทั้ง 2 แห่งมีใบอนุญาตประกอบกิจการค้าอาหารสัตว์ถูกต้อง และเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่พบสารต้องสงสัยว่าเป็นสารเร่งเนื้อแดงจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เพื่อตรวจพิสูจน์  จุดแรกในพื้นที่ อ.บ้านแหลม พบของกลาง 52 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 1,300 กิโลกรัม ส่วนจุดที่สองในพื้นที่ อ.บ้านลาด พบอีก 2 ถุง น้ำหนักรวม 28 กิโลกรัม รวมของกลางทั้งสิ้น 1,328 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่จะนำสารทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการว่าเป็นสารเร่งเนื้อแดงหรือสารกลุ่มเบต้า-อะโกนิสต์ตามที่สงสัยหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ปริมาณของกลางครั้งนี้ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยตรวจยึดได้ในพื้นที่ภาคกลาง และหากนำไปผสมในอาหารสัตว์ อาจสามารถผลิตอาหารสัตว์ได้มากกว่า 140,000 กิโลกรัม

สำหรับสารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้า-อะโกนิสต์ หากมีการนำไปใช้ในสัตว์และเกิดสารตกค้างในเนื้อสัตว์ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค โดยเฉพาะระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจและหลอดเลือด อาจมีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก วิงเวียน ปวดศีรษะ กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น แน่นหน้าอก รวมถึงคลื่นไส้และอาเจียน

ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารเร่งเนื้อแดงอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่าจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามการลักลอบจำหน่ายและใช้สารเร่งเนื้อแดงอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยด้านอาหารและสุขภาพของประชาชน