ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- หวั่นซ้ำรอย รพ.บ้านแพ้ว รพ.มหาราชนครราชสีมาไม่ประมาท ซ้อมแผนรับมือเพลิงไหม้ จำลองเหตุไฟไหม้จุดซักฟอก ทดสอบระบบแจ้งเหตุ การอพยพผู้ป่วย การเคลื่อนย้ายยาและอุปกรณ์สำคัญออกจากพื้นเสี่ยง ย้ำชีวิตต้องมาก่อนทรัพย์สิน
จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ส่งผลให้พื้นที่ชั้น 1 ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด โดยเบื้องต้นพบจุดต้นเพลิงอยู่ภายในห้องกายภาพบำบัด
ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ย.69) โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ได้ซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยจำลองสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้บริเวณจุดซักฟอกด้านหลังโรงพยาบาล ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับซักและจัดการผ้าของผู้ป่วย มีผ้าจำนวนมาก โดยกำหนดสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ พร้อมทดสอบระบบแจ้งเหตุ การประสานงาน การควบคุมสถานการณ์ การอพยพผู้ป่วย ตลอดจน การเคลื่อนย้ายยาและอุปกรณ์สำคัญออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นขั้นตอน
นางนฤมล ศรีสรรพ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลฯ ไม่ได้อยู่นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ซักซ้อมแผนรูปแบบ Table Top Exercise หรือการจำลองสถานการณ์บนโต๊ะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายทำความเข้าใจบทบาท หน้าที่ และขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกัน ก่อนนำมาทดสอบซ้อมแผนปฏิบัติการจริง
จุดที่จำลองเหตุการณ์ เป็นแผนกซักฟอกที่อยู่ด้านหลังโรงพยาบาลบริเวณ ประชาชนทั่วไปอาจไม่ค่อยได้เข้าไป แต่มีความสำคัญต่อการให้บริการของโรงพยาบาล เพราะต้องรองรับผ้าของผู้ป่วยในปริมาณมาก และแต่ละวันมีผ้าที่ต้องนำมาซักและจัดการ ประมาณ 7-8 ตัน หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นจริง บริเวณดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากโดยรอบมีอาคารและพื้นที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งอาคารเภสัชกรรม ซึ่งมีการผลิตยาและมีสารเคมีที่เกี่ยวข้อง , อาคารดูแลผู้ป่วยมะเร็ง รวมถึง บริเวณที่ติดตั้งถังออกซิเจน จึงจำเป็นต้องวางแผนรับมืออย่างรอบคอบ
ขณะเดียวกัน พื้นที่ด้านหลังโรงพยาบาลยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึง โดยเฉพาะรถกู้ภัยและรถดับเพลิงที่อาจเข้าพื้นที่ได้ไม่สะดวก การซ้อมแผนจึงมุ่งทดสอบว่า หากเกิดเหตุจริงเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายจะต้องปฏิบัติอย่างไร รวมถึง การจัดกำลัง การอพยพผู้ป่วยไปยังพื้นที่ปลอดภัย และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งมีเทศบาลนครนครราชสีมา เข้าร่วมสนับสนุนการซ้อมแผนด้วย
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการซ้อมแผน คือ การทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน รู้หน้าที่ของตัวเอง เมื่อเกิดเหตุจริงจะได้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีและเป็นระบบ ลดความสับสนและความตื่นตระหนก โดยต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ เป็นอันดับแรก และยังมีการจำลองการเคลื่อนย้ายยาและอุปกรณ์สำคัญออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณอาคารเภสัชกรรม ซึ่งมีทั้งยาและสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดลำดับความสำคัญอย่างชัดเจนว่า สิ่งใดจำเป็นจะต้องเคลื่อนย้ายก่อน และสิ่งใดสามารถดำเนินการภายหลัง เพื่อให้การอพยพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของบุคลากร
ส่วนการตรวจสอบกำลังพล ทุกหน่วยงานจะต้องรายงานจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงาน และตรวจสอบอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ว่า เจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ครบถ้วนหรือไม่ และตรวจสอบจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการอพยพ ว่า ครบหรือไม่ โดยหากมีผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะต้องมีการวางแผนส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือพื้นที่ที่เหมาะสม และกรณีเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือได้รับบาดเจ็บ ก็จะต้องมีระบบคัดกรองและส่งต่อ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมเช่นกัน
สำหรับการตรวจสอบบุคคลในพื้นที่ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาสนับสนุนภารกิจด้วย โดยจะต้องมีการตรวจสอบจำนวนก่อนเข้าพื้นที่ และหลังออกจากพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกคนปลอดภัยและไม่มีใครตกค้างอยู่ภายในจุดเกิดเหตุ ซึ่งแม้ทุกคนจะไม่อยากให้เกิดเหตุ แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนต้องมีการเตรียมการและรู้หน้าที่ของตัวเอง รวมทั้ง ต้องมีการวางระบบที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความสับสน สามารถป้องกันความสูญเสียได้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องชีวิตและความปลอดภัยต้องมาก่อน ส่วนทรัพย์สินเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามมา นางนฤมล กล่าวในตอนท้าย


