xs
xsm
sm
md
lg

เพิ่มศักยภาพเกษตรกรปลูกหญ้าขาย หนุนเปลี่ยนนาข้าวเลี้ยงโคแทน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนองคาย-จังหวัดหนองคาย เพิ่มศักยภาพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค และเกษตรกรปลูกนาหญ้า สอดคล้องความต้องการผลผลิตแปลงหญ้ากับปริมาณโคลูกผสม หนุนเกษตรกรเปลี่ยนนาข้าวที่ไม่ได้ผลผลิตหันปลูกนาหญ้าทดแทน เพิ่มแหล่งผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ


เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้( 14 ก.ย.) ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์หนองคาย อ.เมืองหนองคาย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเกษตรกรโครงการตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดหนองคาย ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและเศรษฐกิจชุมชน กิจกรรมหลัก พัฒนามาตรฐานการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูงจังหวัดหนองคาย หลักสูตรพัฒนามาตรฐานการผลิตโคเนื้อคุณภาพสูงจังหวัดหนองคาย จากนั้นได้เยี่ยมชมการสาธิตการทำอาหารสัตว์ด้วยทรัพยากรท้องถิ่น ทำอาหาร TMR จากวัตถุดิบอาหารสัตว์

จังหวัดหนองคาย มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ 9,391 ราย โคเนื้อ 65,387 ตัว มีเกษตรกรปลูกพืชอาหารสัตว์จำพวกหญ้าเนเปียร์ รูซี่ กินนี และแพงโกล่า จำนวน 1,010 ราย รวม 2,833 ไร่ การจัดการฟาร์มโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดหนองคายพบว่าเกือบทั้งหมดผลิตโคต้นน้ำ สภาพการเลี้ยงส่วนใหญ่ยังคงเน้นโคพันธุ์พื้นเมือง รองลงมาเป็นลูกผสมบราห์มัน การเลี้ยงยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการมากนัก

โดยเกษตรกรส่วนหนึ่งได้เริ่มปรับรูปแบบการเลี้ยงและการขยายพันธุ์โคเนื้อ มีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ มีการบริหารจัดการสายพันธุ์โคเนื้อให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดมาใช้ในการจัดการฟาร์ม นอกจากนี้ยังพบว่า จ.หนองคาย มีเกษตรกรฟาร์มใหญ่จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ฟาร์ม ที่ผลิตโคกลางน้ำและขุนโคคุณภาพจำหน่าย โดยจะมีการรับซื้อลูกผสมโคเนื้อคุณภาพจากเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการขุนโคคุณภาพเพื่อจำหน่าย สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ถึงตัวละ 95,000-200,000 บาท




สำหรับเกษตรกรรายย่อยที่ อ.สระใคร และ ต.เวียงคุก อ.เมืองหนองคาย ได้จัดทำแปลงพืชอาหารสัตว์ชุมชน ปลูกหญ้าแพงโกล่า ที่ผลิตหญ้าสดจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อทั่วไป สวนสัตว์หนองคาย ฟาร์มโคขุน ฟาร์มควายงาม ในราคากิโลกรัมละ 5 บาท มีเกษตรกรที่ทำนาหญ้าอย่างเดียว จำนวน 10 ไร่ ที่ ต.เวียงคุก สามารถจำหน่ายหญ้าสด หญ้าแห้ง และท่อนพันธุ์ สร้างรายได้ในรอบปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 300,000 บาท ซึ่งพบว่าตลาดยังคงมีความต้องการหญ้าแพงโกล่าทั้งสดและแห้งในปริมาณสูง 


โดยทางจังหวัดจะส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะพูดคุยเพื่อทราบตัวเลขความต้องการ เพื่อให้การสนับสนุนเพาะพันธุ์แปลงหญ้าให้เหมาะสม รวมถึงพิจารณาพื้นที่ที่อาจทดแทนการทำนา ให้หันมาปลูกหญ้าเพื่อการปศุสัตว์แทน.