จันทบุรี - เกษตรกรสวนทุเรียน 287 ไร่ ประกาศค้านสร้างเขื่อนคลองวังโตนด ย้ำไม่ได้เป็นคนไม่ต้องการน้ำ แต่ทำสวน 12 แห่งใน 3 จังหวัดและบริหารจัดการน้ำเอง ชี้จันทบุรีมีฝนมากพอ แนะใช้ระบบแก้มลิง–กระจายน้ำแทนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ หวั่นสูญเสียผืนป่าและซ้ำเติมปัญหาช้างป่าออกหากินในพื้นที่ชุมชน
นายนิติกร พันมุกดา ประกอบอาชีพทำสวนทุเรียน 100% หนึ่งในผู้ที่มาร่วมชุมนุม เล่าถึงจุดยืนคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองวังโตนด จ.จันทบุรี โดยยืนยันว่า แม้จะเป็นผู้ที่ต้องการน้ำสำหรับภาคการเกษตรอย่างมาก แต่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมองว่ายังมีแนวทางบริหารจัดการน้ำรูปแบบอื่นที่สามารถตอบโจทย์ภาคการเกษตรได้
ปัจจุบันทำสวนทุเรียนจำนวน 12 แห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 287 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ จ.ระยอง จันทบุรี และตราด จึงมองว่าตนเองมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในฐานะเกษตรกรผู้ใช้น้ำโดยตรง โดยสวนทั้งหมดมีระบบบริหารจัดการน้ำของตัวเอง และที่ผ่านมาไม่เคยได้รับน้ำดิบจากโครงการชลประทานของ จ.จันทบุรี
อย่างไรก็ตาม เคยมีโครงการแก้มลิงของกรมชลประทาน ซึ่งนำน้ำจากคลองบางโตนดมาเก็บไว้ในพื้นที่สาธารณะ ก่อนเปิดให้ชาวบ้านนำเครื่องสูบน้ำไปสูบใช้ในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งแนวทางดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การใช้น้ำของชุมชนได้ และที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ
“มันเป็นอีกวิธีหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำ คือสำรองน้ำไว้ในพื้นที่หนึ่งที่เป็นพื้นที่สาธารณะ แล้วให้ชาวบ้านกระจายน้ำออกไปตามที่ของตัวเอง เพราะปริมาณฝนที่ตกในจังหวัดจันทบุรีแต่ละปีมีมาก และบางช่วงมากเกินความต้องการด้วยซ้ำ ปัญหาจึงอยู่ที่วิธีบริหารจัดการน้ำ ไม่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์”
นายนิติกร ย้ำอีกว่า ในฐานะเกษตรกรที่ต้องการน้ำอย่างมาก ยังคัดค้านการสร้างเขื่อนคลองวังโตนด และไม่เห็นด้วยกับการนำเหตุผลเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งของ จ.จันทบุรี มาเป็นเหตุผลสนับสนุนโครงการ โดยมองว่าการสร้างเขื่อนอาจไม่ได้แก้ปัญหาภัยแล้ง แต่กลับอาจสร้างปัญหาใหม่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือปัญหาช้างป่า เนื่องจากพื้นที่ป่าถือเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งหากินของช้าง หากมีการรุกล้ำพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ช้างก็มีแนวโน้มลงมาหาอาหารและน้ำในพื้นที่ทำกินของประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างรุนแรงขึ้น
ส่วนตัวเคยได้รับผลกระทบจากช้างป่าเข้ามาในสวนทุเรียน ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายจำนวนมาก แต่ในฐานะเจ้าของสวนก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก นอกจากแจ้งเจ้าหน้าที่หรือขอให้ช่วยผลักดันช้างออกจากพื้นที่ เพราะช้างเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
“ถ้าหากเรารุกรานพื้นที่ของเขาเป็นหมื่นๆ ไร่ เขาจะไปอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ลงมาหาพวกเรา นั่นคือปัญหาที่เราแก้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ถ้ารู้ว่าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อย่าสร้างปัญหา” นายนิติกร กล่าว
พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า ในฐานะเกษตรกรผู้ทำสวนทุเรียนพื้นที่ 287 ไร่ ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการน้ำโดยตรง ยังคงคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนคลองวังโตนด และต้องการให้ภาครัฐพิจารณาทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำที่สามารถรองรับความต้องการของภาคการเกษตรได้ โดยไม่ต้องแลกกับการสูญเสียพื้นที่ป่าและการเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า


