xs
xsm
sm
md
lg

เตรียมพร้อม“เครือข่ายค้านอ่างวังโตนด” นัดชุมนุมใหญ่ 13 ก.ย. หน้าศาลากลางจันทบุรี “สนธิ” ร่วมเวที จี้หยุดโครงการ 7.2 พันล้าน หวั่นจมป่ากว่า 1.1 หมื่นไร่-ช้างป่าทะลักชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จันทบุรี - กระแสคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเดือด! เครือข่ายอนุรักษ์ฯ นัดรวมพลใหญ่ 13 ก.ย. หน้าศาลากลางจันทบุรี หลัง ครม.ไฟเขียวโครงการ 7,200 ล้านบาท อ้างกระทบผืนป่า-สัตว์ป่า ตั้งเป้ารวมพลังประชาชนกว่า 20,000 รายชื่อ “สนธิ” เตรียมขึ้นเวที ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดกำลังดูแลความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเตรียมความพร้อมของเครือข่ายคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติในพื้นที่ จ.จันทบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด งบประมาณกว่า 7,200 ล้านบาท โดยเครือข่ายฯ เตรียมนัดรวมตัวครั้งใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. บริเวณ หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการ

การรวมตัวครั้งนี้มีการเตรียมสัญลักษณ์การเคลื่อนไหว โดยขอให้ผู้เข้าร่วมสวมเสื้อสีเขียวหรือผูกริบบิ้นสีเขียว เพื่อสื่อถึงการปกป้องผืนป่าและสิ่งแวดล้อม พร้อมเตรียมเสื่อ หมวก และร่ม สำหรับร่วมกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะที่แกนนำย้ำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย

สำหรับบุคคลที่จะเข้าร่วมกิจกรรม มีรายงานว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล เตรียมขึ้นเวทีแสดงจุดยืนปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าในพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ จะร่วมให้ข้อมูลด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีนายมาร์ค พิทบูล เข้าร่วมสังเกตการณ์และสนับสนุนการเคลื่อนไหวของชาวบ้าน

ด้านเครือข่ายคัดค้านฯ ระบุว่า ขณะนี้มีประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านโครงการแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ โดยประเด็นสำคัญที่นำมาใช้ขับเคลื่อนการคัดค้าน ได้แก่ การไม่เห็นด้วยกับการนำพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นและป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่องรวมกว่า 11,982 ไร่ มาใช้ก่อสร้างโครงการ รวมถึงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อมูลในรายงาน EHIA โดยเฉพาะข้อมูลสัตว์ป่าและช้างป่าในพื้นที่

อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือผลกระทบต่อช้างป่า โดยเครือข่ายกังวลว่าหากพื้นที่ป่าราบต่ำซึ่งเป็นแหล่งอาหารและถิ่นอาศัยถูกน้ำท่วม ช้างป่าจำนวนมากอาจเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ป่าเข้าสู่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนมากขึ้น จนอาจซ้ำเติมปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่

นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า นอกจากการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อภาคการเกษตรใน จ.จันทบุรีแล้ว น้ำจากอ่างเก็บน้ำจะถูกนำไปใช้รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่ EEC ในจังหวัดอื่นหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

ขณะที่จังหวัดจันทบุรีเตรียมมาตรการรองรับการชุมนุม โดยสั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณโดยรอบ เนื่องจากยังมีกลุ่มเกษตรกรและประชาชนบางส่วนที่สนับสนุนโครงการและต้องการอ่างเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งเช่นกัน จึงต้องเฝ้าระวังไม่ให้มวลชนทั้งสองฝ่ายเกิดการเผชิญหน้า

ทั้งนี้ การนัดรวมตัววันที่ 13 กันยายน จึงถูกจับตามองว่าอาจเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ในการแสดงพลังของฝ่ายคัดค้าน หลัง ครม.มีมติเห็นชอบโครงการ ขณะที่ฝั่งอนุรักษ์ยังเดินหน้าทั้งการเคลื่อนไหวในพื้นที่และกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อคัดค้านโครงการและขอให้มีการตรวจสอบรายงาน EHIA ต่อไป