ฉะเชิงเทรา - “พลพีร์” รมช.มหาดไทย ทวงกลางห้องประชุม ปม 90 บาร์ หลังพบผู้ใหญ่บ้านแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน แต่ฝ่ายปกครองยังไม่ดำเนินการทางวินัย อ้างตำรวจสั่งย้ายผู้เกี่ยวข้องได้ภายในวันรุ่งขึ้น แต่เรื่องฝ่ายปกครองผ่านกว่า 30–40 วันยังเงียบ ถามตรงๆ ต้องสอบการทำงานของจังหวัดด้วยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีสุสานยิวใน ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนเข้าร่วมประชุมสรุปและสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบางคล้า
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเรื่องสุสานยิว นายพลพีร์ได้ทวงถาม น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น “90 บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์” ร้านอาหารลักษณะคล้ายสถานบริการกลางเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน โดยเบื้องต้นผู้ว่าฯ ไม่สามารถตอบรายละเอียดได้ชัดเจน ก่อนที่นายโกศล อินทรศร จ่าจังหวัดฉะเชิงเทรา จะชี้แจงว่า อำเภอเมืองฉะเชิงเทราได้รายงานผลการสอบกรณีผู้ใหญ่บ้านประพฤติตนไม่เหมาะสมมายังจังหวัดแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนาม
นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นร้านดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่พบว่าร้านไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ มีประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด และพบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีอยู่ภายในร้าน ขณะเดียวกันยังพบผู้ใหญ่บ้านเข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน และอ้างว่าร่วมหุ้นกับตำรวจ จึงตั้งคำถามว่า เมื่อพบพฤติการณ์ดังกล่าว เหตุใดผู้เกี่ยวข้องจึงยังคงรับเงินเดือนและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
“ถ้ามีมูลชัดเจน อย่างน้อยควรมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างตรวจสอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเป็นเดือน” นายพลพีร์กล่าว พร้อมเปรียบเทียบการดำเนินการของฝ่ายตำรวจที่สามารถสั่งย้ายผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วภายในวันรุ่งขึ้น ขณะที่กรณี 90 บาร์ผ่านมากว่า 30–40 วันแล้ว แต่ฝ่ายปกครองยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ผู้เกี่ยวข้องยังคงได้รับเงินเดือนและสามารถเข้าร่วมประชุมในระดับอำเภอได้ตามปกติ
“วันรุ่งขึ้น 5 เสือตำรวจก็โดนได้ แต่ทำไมผ่านไป 30–40 วัน ฝ่ายกระทรวงมหาดไทยยังนิ่งอยู่แบบนี้” นายพลพีร์กล่าว พร้อมย้ำว่าตนเองจริงจังกับการปราบปรามสถานบริการและผู้มีอิทธิพล หากพบการกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังหันไปสอบถามนายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครองว่า หากฝ่ายปกครองดำเนินการล่าช้าเช่นนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบการทำงานของจังหวัดด้วยหรือไม่ พร้อมฝากเป็นข้อคิดไปยังทุกหน่วยงานว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนตามปกติ หากมีพฤติการณ์ที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำถามและการทวงถามดังกล่าวทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมเงียบลง ก่อนการประชุมจะสิ้นสุดลง โดยขณะนี้ต้องติดตามว่าจังหวัดฉะเชิงเทราจะมีคำสั่งหรือดำเนินการทางวินัยกับผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้องกับกรณี 90 บาร์อย่างไรต่อไป


