เชียงราย – สุดจะทนกันแล้ว..นายอำเภอแม่สาย มอบหมาย อปท.เข้าแจ้ง ตร.รวบรวมหลักฐานจัดการเจ้าของตึกริมฝั่งน้ำสายเจาะ-ทำลายบิ๊กแบ็คกันน้ำท่วมซ้ำหลายรอบ เตือนไม่ฟัง แถมค่ำนี้ยังต้องลุ้นน้ำสายล้นฝั่ง เสี่ยงทะลักท่วมชุมชนชายแดน
กรณีบิ๊กแบ็คป้องกันน้ำท่วมชายแดนแม่สาย จ.เชียงราย เกิดรอยรั่ว-เสียหาย รวมถึงบิ๊กแบ็คบริเวณอาคารที่เคยเป็นโรงแรมริมน้ำสาย ที่มีชายสูงอายุเจาะทำลายไม่ต่ำกว่า 3-4 อ้างว่าต้องการเปิดทางเข้าอาคารตัวเอง ขณะที่วันนี้(10 ก.ย.) ระดับน้ำสาย ได้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งมีน้ำรั่วเข้าพื้นที่ชุมชนอีกครั้งนั้น
ล่าสุดนายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรี ต.แม่สาย ได้ยื่นหนังสือแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผกก.สภ.แม่สาย เพื่อขอให้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานและพยานดำเนินการทางกฎหมายกับชายสูงวัยคนดังกล่าวแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าไปรื้อถอนแนวบิ๊กแบ็คตรงบริเวณอาคารแม่สายคอมเพล็กซ์ ชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 ต.แม่สาย อ.แม่สาย อยู่บ่อยครั้ง
นายอนุชาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า เทศบาลได้ก่อสร้างพนังกั้นน้ำแบบชั่วคราวกึ่งถาวรตรงแนวอาคารดังกล่าวเพื่อป้องกันแม่น้ำสายเอ่อล้นตลิ่ง โดยใช้วัสดุ อุกรณ์และทรัพย์สินของเทศบาลเข้าดำเนินการ แต่เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2569 ได้มีชายไม่ทราบชื่อคนดังกล่าวเข้าไปขุดเจาะและตักทรายบริเวณแนวกั้นหน้าอาคารแม่สายคอมเพล็กซ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเทศบาล
ต่อมาวันที่ 4 ก.ย.งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักปลัดของเทศบาล ได้เข้าตรวจสอบพบจุดเสี่ยงต่อการพังทลายของแนวพนังกั้นน้ำตรงจุดเดียวกัน โดยพบร่องรอยที่ชายคนดังกล่าวกระทำจึงเห็นว่าการกระทำนี้ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายหรือสูญเสียประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำ จนอาจเสี่ยงต่อการพังทลายของพนัง หากแนวนี้พังก็จะเกิดน้ำไหลเข้าพื้นที่ชุมชนจนเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทรัพย์สินของทางราชการ การดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชนได้
ดังนั้นเทศบาล ต.แม่สาย จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อป้องกันและระงับไม่ให้เกิดความเสียหายจึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอช่วยสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากคลิปวีดิโอและภาพถ่ายที่มีการถ่ายเก็บไว้ได้ เอกสาร และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ และติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่าย
และหากพบว่ามีบุคคลร่วมกระทำการ ใช้ จ้าง วาน สนับสนุนช่วยเหลือ หรือเกี่ยวข้องไม่ว่าทางหนึ่งทางใดขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการด้วย ส่วนรายละเอียดราคาค่าเสียหาย่ทางเทศบาลอยู่ระหว่างตรวจสอบและจัดทำแบบประเมินหากแล้วเสร็จจะส่งเพิ่มเติมให้พนักงานสอบสวนเพื่อนำไปประกอบการดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่าทางเทศบาล ต.แม่สาย ได้มอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งต่อ ผกก.สภ.แม่สาย เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการแจ้งความร้องทุกข์นับตั้งแต่เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ชายแดน อ.แม่สาย ในเดือน ก.ย.2567 ต่อมากรมการทหารช่าง กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร
แต่บางจุดต้องกั้นแนวบิ๊กแบ็คถัดจากตัวอาคารที่สร้างยื่นเข้าไปในแม่น้ำสายเข้ามาด้านในของแผ่นดิน หนึ่งในนั้นคืออาคารแม่สายคอมเพล็กซ์ ที่พบชายสูงอายุ ซึ่งเป็นนักธุรกิจท้องถิ่นเข้าไปรื้อถอนแนวบิ๊กแบ็คหน้าอาคารเมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค.2569 อย่างน้อย 3 ครั้ง
ขณะที่นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เคยเข้าไปเจรจาตักเตือนและมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังแล้ว กระทั่ง 7 ก.ย.ที่ผ่านมา กลับพบร่องรอยการรื้อบิ๊กแบ็คช่วงที่มีฝนตกและเสี่ยงต่อน้ำล้นตลิ่ง ทางนายอำเภอแม่สาย จึงมอบอำนาจให้เทศบาล ต.แม่สาย เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว
ด้านสถานการณ์แม่น้ำสายล่าสุดพบว่าในเวลา 17.50 น.วันนี้(10 ก.ย.) ที่สถานีบ้านโจตาดา จ.ท่าขี้เหล็ก ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย ประมาณ 25 กิโลเมตร วัดปริมาณได้ 80.2 มิลลิเมตร และมีปริมาณน้ำร้อยละ 102.22 หรืออยู่ในภาวะล้นตลิ่ง ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลมาถึงชยแดน อ.แม่สาย ในอีกประมาณ 4 ชั่วโมง


