xs
xsm
sm
md
lg

นายก อบต.เกาะกูด ร้องจังหวัดสางปมพื้นที่ทับซ้อน แหล่งเที่ยวไร้เจ้าภาพดูแล ชี้รัฐสูญรายได้ปีละเกือบ 60 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด - นายก อบต.เกาะกูด ร้องจังหวัดเร่งสะสางปัญหาพื้นที่ทับซ้อน หลังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะ ทั้งน้ำตก ต้นไม้ยักษ์ และเขาเรือรบ กลายเป็นพื้นที่ไร้เจ้าภาพดูแลมานานกว่า 20 ปี เหตุอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุที่กันไว้ใช้ในราชการกองทัพเรือ ทำท้องถิ่นติดขัดข้อกฎหมาย ไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปพัฒนา ขณะที่นักท่องเที่ยวเข้าฟรี รัฐสูญรายได้เกือบ 60 ล้านบาทต่อปี เสนอแยกพื้นที่ความมั่นคงออกจากพื้นที่ท่องเที่ยว

วันนี้ (10 ก.ย. ) นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวอำเภอเกาะกูด กรณีเขตที่ดินของรัฐในพื้นที่หวงห้ามไว้ใช้ในราชการกองทัพเรือ โดยมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราดเป็นเจ้าภาพ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด ผู้แทนแขวงทางหลวงชนบทตราด ผู้แทนสำนักงานที่ดินจังหวัดตราด และผู้แทนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด ขณะที่นายอำเภอเกาะกูด ผู้แทนกองทัพเรือ และธนารักษ์พื้นที่ตราด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์

นายเดชาธร จันทร์อบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด เปิดเผยว่า ปัญหาการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะกูดเป็นปัญหาคาราคาซังมานานกว่า 20 ปี โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง อาทิ น้ำตก ต้นไม้ยักษ์ ซึ่งประกอบด้วยมะค่ายักษ์และไทรยักษ์ รวมถึงเขาเรือรบ ยังไม่มีหน่วยงานหลักเข้ามาเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบอย่างชัดเจน

ผลที่ตามมาคือ แหล่งท่องเที่ยวขาดการดูแลด้านสาธารณูปโภคและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ขณะที่นักท่องเที่ยวยังคงสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ที่ควรจัดเก็บได้ถึงปีละเกือบ 60 ล้านบาท ขณะที่ภาระในการเก็บขยะและดูแลความปลอดภัยกลับตกอยู่กับท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง

นายเดชาธร กล่าวว่า ปัญหาสำคัญคือ อบต.เกาะกูด ไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปพัฒนาหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ดังกล่าวได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมาย โดยพื้นที่เป็นที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ และตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2513 ได้มอบหมายให้กองทัพเรือดูแลพื้นที่เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า กรมธนารักษ์สามารถอนุญาตให้เอกชนเช่าที่ดินบนเกาะกูดกว่า 600 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ได้ จึงเกิดคำถามถึงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวของรัฐที่ยังไม่สามารถจัดระบบให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่

นายก อบต.เกาะกูด กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา อบต.เกาะกูด เคยยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญจำนวน 6 แห่ง ผ่านทางจังหวัดมาตั้งแต่ปี 2549 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งปลูกสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ห้องน้ำสาธารณะตามแหล่งท่องเที่ยว ในอดีตต้องอาศัยเงินทำบุญทอดผ้าป่า รวมถึงเงินกองทุนหมู่บ้านของประชาชนในพื้นที่มาดำเนินการก่อสร้าง แต่ปัจจุบันสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้มีสภาพทรุดโทรมและไม่เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

“อบต.มักถูกตำหนิเรื่องการบริหารจัดการ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว” นายเดชาธร กล่าว

นายก อบต.เกาะกูด กล่าวต่อว่า การนำปัญหาเข้าสู่การประชุมระดับจังหวัดครั้งนี้ ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออก โดยพร้อมยอมรับทุกแนวทาง ไม่ว่าจะให้กรมธนารักษ์เข้ามาบริหารจัดการ กองทัพเรือเป็นผู้รับผิดชอบ หรือมอบหมายให้ท้องถิ่นและจังหวัดเข้ามาดูแล ขอเพียงมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญถูกปล่อยทิ้งจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะกูดและประเทศไทย

ทั้งนี้ ยังเสนอแนวทางให้มีการสำรวจและกันพื้นที่ที่จำเป็นต่อภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพเรือออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างชัดเจน เพื่อเปิดทางให้พื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ด้านความมั่นคงสามารถนำมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จัดทำสาธารณูปโภคที่จำเป็น และจัดระบบบริหารจัดการรวมถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“แยกพื้นที่ท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ความมั่นคงให้ชัดเจน หากจุดไหนเป็นพื้นที่ความมั่นคงก็ให้กองทัพเรือดูแล ส่วนพื้นที่ท่องเที่ยวก็ควรมีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถพัฒนาและสร้างรายได้กลับเข้าสู่ระบบของรัฐได้” นายเดชาธร กล่าว