ศูนย์ข่าวศรีราชา - รมช.มหาดไทยลงพื้นที่โรงเรียนอนุบาลหนองปลาไหล หลังเกิดเหตุยิงครูเสียชีวิต นายกฯ กำชับเร่งดูแลเด็ก-ครู ส่งทีมสุขภาพจิตประเมินผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งตรวจสอบปมเหตุใดผู้ก่อเหตุเลือกโรงเรียนเป็นเป้าหมาย หวั่นเกิดเหตุซ้ำ
จากกรณีเหตุยิงกันภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงสายวันนี้ (9 ก.ย. 2569) โดยเจ้าหน้าที่ รับแจ้งเหตุยิงกันภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางไพลิน ทองธัช อายุ 48 ปี หรือ “ครูเปิ้ล” มีบาดแผลถูกยิงบริเวณกกหูด้านซ้าย ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.
ล่าสุดนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายยศพงษ์ รินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตลอดจนทีมเยียวยาด้านจิตใจจากกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมายังโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล เพื่อติดตามสถานการณ์และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุยิงครูเสียชีวิตภายในโรงเรียน
ภายหลังการประชุม นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ รวมถึงประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน
จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามูลเหตุอาจเกี่ยวข้องกับ ปัญหาส่วนบุคคลระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและมูลเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยจังหวัดจะรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งประวัติครอบครัวและปัจจัยแวดล้อม เพื่อนำมาวิเคราะห์และหาแนวทางป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ในส่วนของเด็กนักเรียน โดยเฉพาะผู้ที่อาจอยู่ในเหตุการณ์หรือรับรู้เหตุการณ์รุนแรง เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลและทีมสุขภาพจิตจะเข้าประเมินสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำผู้ปกครองเกี่ยวกับแนวทางการพูดคุยและดูแลบุตรหลานหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ขณะที่ครูและบุคลากรของโรงเรียนจะได้รับการดูแลและเยียวยาด้านจิตใจเช่นเดียวกัน
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดทางคดี รวมถึงพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจง เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โรงเรียนมีมาตรการด้านความปลอดภัย รวมถึงมีการซักซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อยู่แล้ว ขณะที่จังหวัดได้กำชับให้สถานศึกษาในพื้นที่เตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุเฉพาะหน้าที่จำเป็นต้องนำมาทบทวนมาตรการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ เหตุใดผู้ก่อเหตุจึงเลือกเข้ามาก่อเหตุภายในโรงเรียน รวมถึงตรวจสอบว่ามีช่องว่างด้านการรักษาความปลอดภัยหรือขั้นตอนใดที่ต้องปรับปรุง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการทั้งในด้านการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การตรวจสอบข้อเท็จจริงทางคดี และการประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา เพื่อนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปกำหนดแนวทางป้องกันในพื้นที่ต่อไป


