xs
xsm
sm
md
lg

หอค้าโคราชจี้รัฐ! เร่งเดินหน้ามหกรรมพืชสวนโลกโคราช 4,281ล้าน หลังย้ายไปปากช่อง เสนอดันพื้นที่เดิมอ.คง เป็น“ตลาดกลางเกษตรอีสาน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - หอการค้าโคราช จี้รัฐเร่งเดินหน้าวาง Timeline และจัดทำ Master Plan มหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2572 ภายใต้งบ 4,281 ล้าน หลังย้ายสถานที่จัดงานไป อ.ปากช่อง หวั่นเวลาจัดงานกระชั้นชิดเหลืออีกเพียง 3 ปี 2 เดือน พร้อมเร่งโครงการรถไฟความเร็วสูงรองรับ เสนอใช้ “โคกหนองรังกา” พื้นที่จัดงานเดิม อ.คง เป็น “ตลาดกลางเกษตรภาคอีสาน” พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร ไม่พื้นที่เดิมสูญเปล่า

วันนี้ (9 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติย้ายสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา ปี 2572 หรือ Expo 2029 Korat Thailand จาก อ.คง ไปจัดที่ อ.ปากช่อง ภายใต้กรอบงบประมาณภาพรวม 4,281 ล้านบาท ภาคเอกชนใน จ.นครราชสีมา ได้ออกมาขานรับมติดังกล่าว โดยมองว่า เมื่อมีมติออกมาแล้ว ทุกภาคส่วนต้องเดินหน้าต่อ แต่เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงาน ( Timeline) และ ผังแม่บท (Master Plan) ให้ชัดเจนโดยเร็ว เนื่องจากเหลือเวลาเตรียมงานประมาณ 3 ปี 2 เดือนเท่านั้น ขณะที่การย้ายพื้นที่จัดจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองพื้นที่แห่งใหม่จากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ ( AIPH) ก่อน รวมทั้งขอความเห็นชอบจากองค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE)เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ให้ทันกำหนดการวันเปิดงาน ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572


นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนกังวล คือ กรอบเวลาการดำเนินงาน เพราะการย้ายสถานที่หมายถึงต้องเริ่มกระบวนการสำคัญหลายขั้นตอนใหม่ จึงต้องเร่งยืนยันให้ชัดเจนว่า สามารถดำเนินการทุกขั้นตอนและจัดงานได้ตามกำหนดในปี 2572 หรือไม่ เพื่อให้หน่วยงานด้านคมนาคม สาธารณสุข ชลประทาน สาธารณูปโภค และภาคเอกชน สามารถวางแผนทำงานได้ทัน


ส่วนสถานที่เดิม อ.คง ซึ่งมีการปรับสภาพพื้นที่สาธารณะประโยชน์โคกหนองรังกา กว่า 678 ไร่ เพื่อเตรียมไว้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ บ้างแล้วนั้น อยากเสนอให้รัฐบาลพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ในระยะยาว โดยเฉพาะการจัดตั้งตลาดกลางการเกษตรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ อ.ต.ก.ภาคอีสาน เนื่องจากพื้นที่ติดถนนมิตรภาพและมีศักยภาพด้านการเกษตร พร้อมทั้งให้พัฒนาเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร หรือศูนย์จัดกิจกรรมด้านการเกษตร เพื่อไม่ให้พื้นที่เดิมสูญเปล่า


นอกจากนี้ เสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบราง เนื่องจากคาดว่า มหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา จะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน ซึ่งหอการค้าจังหวัดฯ ได้เตรียมหารือผลักดันการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงให้เร็วขึ้น จากเป้าหมายเดิม คือปี 2573 แต่ให้เปิดเร็วขึ้นเอให้สามารถรองรับการเดินทางในช่วงปลายปี 2572 หากทำได้จะช่วยลดปัญหาการจราจรและเพิ่มศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยว

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา
อย่างไรก็ตาม จะต้องวางแผนกระจายนักท่องเที่ยวออกจาก อ.ปากช่อง ด้วย เนื่องจากงานจัดในช่วง High Season ซึ่งปกติพื้นที่ อ.ปากช่อง มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นอยู่แล้ว ต้องทำให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนในจังหวัดอย่างน้อย 1-2 คืน และเดินทางต่อไปยังตัวเมืองอื่นๆ เช่น อ.พิมาย อ.คง อ.บัวใหญ่ และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ เพื่อกระจายรายได้ทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งหอการค้าจังหวัดฯ เตรียมหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคเอกชน ออกแบบกิจกรรมเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชื่อมกับงานประเพณีพิมาย ซึ่งจัดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกัน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากงานพืชสวนโลก เข้าสู่พื้นที่อื่นของจังหวัดได้ด้วย

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล
ด้าน นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (ส.อบจ.) อ.วังน้ำเขียว และอดีตประธานสภา อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า “การย้ายมาจัดงานที่ อ.ปากช่อง ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะ อ.ปากช่อง อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติได้ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมควบคู่กัน คือ ระบบสาธารณูปโภค และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะและมูลฝอย เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนและภาพลักษณ์ของจังหวัด ซึ่งหากระบบกำจัดขยะและโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการได้ตามแผน เชื่อว่า จะช่วยรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้


ส่วนประชาชนใน 8 อำเภอที่เดิม ที่มีความคาดหวังว่า จะได้รับประโยชน์จากการจัดงานฯ อยากเสนอให้รัฐบาลสร้างโครงการทดแทน โดยเฉพาะศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ นำศาสตร์พระราชา มาประยุกต์ใช้กับพื้นที่แห้งแล้ง พื้นที่ไม่อุดมสมบูรณ์ และพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ เพื่อให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ และแก้ปัญหา-พัฒนาพื้นที่จัดงานเดิมให้ดีขึ้น”