xs
xsm
sm
md
lg

ดาต้าเซ็นเตอร์บูมระยอง! ชาวบ้านหวั่น “ไฟ-น้ำ-สิ่งแวดล้อม” ด้าน ส.อ.ท.จี้รัฐวางกติกาก่อนสายเกินแก้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ระยอง – ดาต้าเซ็นเตอร์ผุดหลายแห่งในระยอง ภาคประชาชนหวั่นกระทบความมั่นคงด้านไฟฟ้า แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อม ด้านประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง มองเป็นโอกาสสำคัญยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล แต่รัฐต้องวางกติกาเฉพาะให้ชัด ทั้งการใช้ไฟฟ้า-น้ำ ระบบทำความเย็น ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการประเมินผลกระทบสะสม พร้อมย้ำ “ระยองต้องได้มากกว่าเงินลงทุน” ต้องได้งาน ได้คน และได้เทคโนโลยี

กระแสการลงทุน Data Center ในพื้นที่จังหวัดระยองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลของประชาชนบางส่วนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการใช้ไฟฟ้า ปริมาณน้ำ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เป็นกิจการที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรในปริมาณสูง

นายฐานวัฒน์ บวรอนันตโรจน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมฯ มองว่า Data Center ถือเป็น โอกาสสำคัญของจังหวัดระยอง และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจากฐานอุตสาหกรรมการผลิตไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องการเห็นคือการลงทุนที่มีคุณภาพ เติบโตอย่างสมดุล และสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา 5 ด้าน

1. ความมั่นคงด้านพลังงาน

Data Center เป็นกิจการที่ใช้ไฟฟ้าสูงมาก จึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในระยะยาว โดยต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมเดิมและประชาชนในพื้นที่

ขณะเดียวกันควรผลักดันให้ Data Center ที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่เป็น Green Data Center โดยหันมาใช้พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูง เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว

2. การบริหารจัดการน้ำ

นายฐานวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องน้ำเป็นประเด็นที่จังหวัดระยองให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่ต้องใช้ร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และประชาชน

Data Center บางรูปแบบจำเป็นต้องใช้น้ำในระบบระบายความร้อน จึงควรมีการประเมินความต้องการใช้น้ำของจังหวัดในภาพรวมล่วงหน้าอย่างน้อย 5-10 ปี พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีระบายความร้อนที่ใช้น้ำน้อย ระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิด หรือ Closed-loop รวมถึงการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

3. สิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกับชุมชน

การลงทุน Data Center ต้องสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเหมาะสม โดยควรมีมาตรฐานและระบบติดตามผลกระทบที่ชัดเจน ทั้งการใช้น้ำ การใช้พลังงาน เสียง ความร้อน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนการจัดการอุปกรณ์และของเสียจากการดำเนินงาน

4. ต้องสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้พื้นที่

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง กล่าวว่า Data Center ใช้เงินลงทุนสูงมาก แต่คำถามสำคัญคือ เงินลงทุนดังกล่าวจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระยองและประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ต้องการเห็นคือการจ้างงานคนไทย การพัฒนาบุคลากรด้าน Data Center, Cloud, AI, Cybersecurity และระบบไฟฟ้า รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจในพื้นที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ของ Data Center

“Data Center ไม่ควรเป็นเพียงการนำเซิร์ฟเวอร์มาตั้งอยู่ในระยอง แต่ควรนำไปสู่การสร้าง Digital Ecosystem ที่เชื่อมโยงกับ AI, Cloud, Smart Manufacturing และ Automation เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเดิมของระยองด้วย” นายฐานวัฒน์กล่าว

5. ต้องมีกฎหมายและกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน

นายฐานวัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยองเห็นว่าสำคัญอย่างมาก คือการมีกฎหมายและมาตรฐานเฉพาะสำหรับ Data Center เนื่องจาก Data Center ขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง รวมถึงระบบทำความเย็น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง และโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายด้าน

ในทางกฎหมาย กิจการ Data Center โดยตัวกิจการหลักยังไม่ได้ถูกกำหนดเป็นประเภทกิจการโรงงานโดยเฉพาะภายใต้กฎหมายโรงงาน และไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องจัดทำ EIA เพียงเพราะเป็นกิจการ Data Center ทำให้การกำกับดูแลในปัจจุบันต้องอาศัยกฎหมายหลายฉบับและหลายหน่วยงาน ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของแต่ละโครงการ

สิ่งที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยองเสนอคือ ภาครัฐควรเร่งจัดทำกฎหมาย หลักเกณฑ์ หรือมาตรฐานเฉพาะสำหรับ Data Center ขนาดใหญ่ให้ชัดเจน ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนอนุญาต การเลือกพื้นที่ การออกแบบและก่อสร้าง ไปจนถึงการเปิดดำเนินการและการติดตามผลหลังเปิดดำเนินงาน

โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ควรมีการประเมินทั้งกำลังไฟฟ้า ปริมาณการใช้น้ำ ระบบระบายความร้อน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เสียง ความร้อน การจัดการของเสีย รวมถึง ผลกระทบสะสม (Cumulative Impact) จากหลายโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

นอกจากนี้ ควรพิจารณาด้วยว่า Data Center ที่มีขนาดหรือมีการใช้ทรัพยากรถึงระดับใด ควรเข้าสู่กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบก่อนเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วจึงตามมาแก้ไข

“ระยองเป็นพื้นที่ที่มีทั้งอุตสาหกรรมเดิม โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี ชุมชน และภาคเกษตร ขณะเดียวกันก็กำลังมี Data Center เข้ามาลงทุนมากขึ้น การพิจารณาโครงการจึงไม่ควรมองเฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่ควรมองผลกระทบสะสมของทั้งพื้นที่ด้วย” นายฐานวัฒน์กล่าว

นายฐานวัฒน์ กล่าวอีกว่า จุดยืนของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยองคือ Data Center เป็นโอกาสสำคัญของจังหวัดระยอง แต่ต้องมีกติกาที่ชัดเจน ไม่ได้ต้องการให้กฎหมายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน แต่ต้องการให้กฎหมายเดินทันการลงทุน

 “ระยองยินดีต้อนรับ Data Center แต่ระยองต้องได้มากกว่าตัวเลขเงินลงทุน เราต้องได้งาน ได้คน ได้เทคโนโลยี และในขณะเดียวกันต้องไม่แลกกับความมั่นคงด้านน้ำ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว หากเราวางกติกาและโครงสร้างพื้นฐานให้ดีตั้งแต่วันนี้ ผมเชื่อว่าระยองสามารถเป็นศูนย์กลาง Data Center และ Digital Infrastructure ที่สำคัญของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน” นายฐานวัฒน์กล่าว