xs
xsm
sm
md
lg

คนเชียงใหม่คึกคักจับจ่ายใช้สิทธิ์"ไทยช่วยไทยพลัส"เดือนสุดท้าย-ร้านค้าเผยช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่ม หวังรัฐบาลต่อยอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ -คนเชียงใหม่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสเดือนสุดท้ายจับจ่ายคึกคักทั้งตลาดและร้านค้าริมทาง เจ้าของร้านรับยอดขายเพิ่มขึ้นตลอดช่วง4เดือนของโครงการ แต่ห่วงแค่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หวังรัฐบาลต่อยอดแก้ไขปัญหาระยะยาว


วันนี้(9 ก.ย.69) รายงานข่าวแจ้งว่าบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าตามตลาดสดในตัวเมืองเชียงใหม่หลายแห่งเป็นไปอย่างคึกคักในช่วงต้นเดือน จากการที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ตามโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ให้เงินสนับสนุนเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งเดือนกันยายนถือเป็นเดือนสุดท้าย ตามโครงการที่รัฐบาลช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งหลังจากที่ดำเนินการมาแล้ว 3 เดือนพบว่ามียอดใช้จ่ายรวมแล้วกว่า 123,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 71,000 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 52,600 ล้านบาท

ทั้งนี้จากการพูดคุยสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพบว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือเป็นโครงการที่ดีของรัฐบาล ช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงต้นเดือนได้เป็นอย่างดีทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 40 ต่อวัน ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และค่าครองชีพสูงขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณา ต่อยอดโครงการ ไทยช่วยไทยพลัสไปอีก ขณะที่จากการสังเกตการณ์ร้านค้าริมทาง โดยเฉพาะร้านอาหารในช่วงเย็น พบว่ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์อย่างคึกคักเช่นกัน ส่งผลทำให้แต่ละร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน


นายจิรศักดิ์ ดอกอินทร์ พ่อค้าร้านสเต็ก อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ยอมรับว่า หลังจากมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทำให้ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้นจริง เพราะประชาชนออกมาใช้สิทธิ์รวมถึงซื้ออาหารในปริมาณมากขึ้น ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อวัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ยั่งยืน ซึ่งส่วนตัวอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ที่ต้องเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการที่รัฐบาลใช้ส่งผ่านกำลังซื้อไปยังประชาชน โดยรัฐร่วมจ่าย ร้อยละ 60 และประชาชนจ่ายร้อยละ 40 หลังเปิดลงทะเบียนมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 26 ล้านคน และมีผู้ใช้สิทธิจริง 25.79 ล้านคน
ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการคลังประเมินว่า จากการติดตามผลเบื้องต้น โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีเม็ดเงิน หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอการเดินหน้าโครงการต่อ