xs
xsm
sm
md
lg

ชัดแล้ว! ปลาหมอคางดำ บุกเขื่อนลำปาว! ระเบิดเวลาลูกใหม่ หวั่นกระทบกุ้งก้ามกราม/ปลานิลเลี้ยงกระชัง ประมงกาฬสินธุ์ผนึกกำลังเร่งสกัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผลแล็บ ยืนยันชัดปลาที่พบจากแหล่งน้ำธรรมชาติท้ายเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เป็นปลาหมอคางดำ
กาฬสินธุ์-เขื่อนลำปาวสะเทือน! หลังผลตรวจแล็บเบื้องต้นยืนยันชัด “ปลาหมอคางดำ” แพร่เข้าสู่แหล่งน้ำสำคัญของจ.กาฬสินธุ์แล้ว เผยสร้างความหวั่นวิตกให้เกษตรกรทั้งจังหวัด เหตุกาฬสินธุ์เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจอันดับ 1 ของภาคอีสาน มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี

นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์
นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า หลังจากส่งตัวอย่างปลาต้องสงสัยในเขื่อนลำปาวไปตรวจสอบที่กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ล่าสุดได้รับแจ้งผลเบื้องต้นแล้วว่า เป็นปลาหมอคางดำจริง โดยพบลักษณะลำตัวเพรียวตรงตามลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ปัญหานี้ โดยหนังสือยืนยันผลตรวจอย่างเป็นทางการ จะออกมาภายในสัปดาห์นี้

ล่าสุด ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์จับมือผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จะลงพื้นที่ด้วยตนเอง สะท้อนความจริงจังของภาครัฐในการรับมือวิกฤตครั้งนี้

สำหรับจ.กาฬสินธุ์ เป็นที่อุดมสมบูรณ์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งหนึ่งของประเทศ เป็นศูนย์กลางผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ของภาคอีสาน มีเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน 1,225 ราย พื้นที่กว่า 8,500 ไร่ มูลค่าผลผลิตราว 1,000 ล้านบาท/ปี ทั้งยังมีเกษตรกรเลี้ยงปลานิลในกระชัง 425 ราย รวมกว่า 12,000 กระชัง ครองแชมป์แหล่งผลิตปลานิลอันดับ 1 ของภาคอีสาน






รวมมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจ ของสัตว์เศรษฐกิจทั้งสองชนิดมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี นี่คือเหตุผลที่ภาครัฐต้องเร่งเครื่องเต็มสูบ วางมาตรการสกัดกั้นอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ "หมอคางดำ" จะลุกลามซ้ำรอยวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ซึ่งอาจกระทบทั้งวิถีชีวิตและรายได้ของเกษตรกรทั้งระบบ