ศูนย์ข่าวศรีราชา - นายกเมืองพัทยาประกาศเดินหน้าจัดการพื้นที่รอบโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ หลังยังมีข้อโต้แย้งสิทธิครอบครองระหว่างเอกชนกับเมืองพัทยา เตรียมติดป้ายแสดงสถานะพื้นที่–ห้ามจอดรถ พร้อมพิจารณากั้น Barrier และออก น.ส.ล. กำหนดสถานะพื้นที่ให้ชัดเจน หากเอกชนฟ้องพร้อมสู้ตามกฎหมาย
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตอบข้อซักถามนายสัณณย์ชัย ผลลูกอินทร์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 3 ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพื้นที่โครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ ในการประชุมสภาเมืองพัทยาวันนี้ (8 ก.ย.) โดยระบุว่า ปัจจุบันไม่มีการนำรถขึ้นไปจอดบนตัวอาคารแล้ว หลังเมืองพัทยาเคยแจ้งความดำเนินคดีและติดตามความคืบหน้ากับ สภ.เมืองพัทยา ตั้งแต่ปี 2568
ส่วนพื้นที่บริเวณด้านหน้าอาคารคอนโดมิเนียมวอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ ยังคงมีข้อโต้แย้งเรื่องสิทธิครอบครองระหว่างภาคเอกชนกับเมืองพัทยา โดยฝ่ายเอกชนเห็นว่ามีสิทธิในพื้นที่ ขณะที่เมืองพัทยาระบุว่า เจ้าของเดิมเคยสละพื้นที่ให้เมืองพัทยา แต่ไม่สามารถรับมอบได้ เนื่องจากตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ
ล่าสุดปลัดเมืองพัทยาได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอำเภอบางละมุง สำนักงานที่ดิน และเมืองพัทยา เข้าหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า จะนำป้ายไปติดตั้งเพื่อแสดงสถานะพื้นที่และแจ้งเตือน ห้ามจอดรถ พร้อมพิจารณาให้ภาคเอกชนนำรถออกจากบริเวณดังกล่าว
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ในระยะต่อไปเมืองพัทยาอาจนำ Barrier มากั้นพื้นที่ เพื่อป้องกันการนำรถเข้ามาจอด พร้อมเตรียมดำเนินการออก หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เพื่อกำหนดสถานะของพื้นที่ให้มีความชัดเจน และสามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ
หากภาคเอกชนดำเนินการฟ้องร้อง เมืองพัทยาพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย
โดยเป้าหมายสำคัญคือการนำพื้นที่กลับมาอยู่ในการดูแลของเมืองพัทยา และจัดการพื้นที่ให้เกิดความชัดเจน ป้องกันปัญหาการใช้พื้นที่และการจอดรถที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


