เชียงราย – ครูนักร้องงบอาหารกลางวันเด็ก-เงินโรงเรียนที่เคยสังกัดในพื้นที่เชียงราย และพะเยา ส่อทุจริต สู้สุดชีวิต ส่งเรื่องถึง รมต.-เลขา สพฐ.หลังโดนตั้งป้อมขับไล่-กรีดรถ-ขว้างปาหินใส่ จนผวา ขอย้ายไม่ได้ย้าย แถมล่าสุด สพป.ยังใช้วิธีถามแต่ละโรงเรียนก่อนว่าจะรับโอนย้ายหรือไม่
กรณีครูกาหลง จบศรี ครูวิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนบ้านร้องเชียงแรง ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา ได้ทำเรื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พะเยา เขต 2 และ สพป.เชียงราย เขต 4 และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอย้ายออกจากโรงเรียนบ้านร้องเชียงแรง ไปช่วยราชการ "กรณีพิเศษ คุกคามชีวิต" ที่โรงเรียนอื่นในสังกัด สปพ.เชียงราย เขต 4 แทน เนื่องจากถูกกลุ่มคนขับไล่เพราะความขัดแย้งเรื่องการอนุมัติอาหารกลางวันเด็กเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2569 ที่ผ่านมานั้น
วันนี้(8 ก.ย.) ครูกาหลงยังคงไม่ได้รับการอนุมัติให้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าทางคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะมีหนังสือแจ้งให้ไปช่วยราชการในสังกัด สพป.เชียงราย เขต 4 แล้วก็ตาม
ขณะที่ครูกาหลงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เทิง ว่าทาง สพป.เชียงราย เขต 4 ได้ส่งหนังสือไปยังหลายโรงเรียนในสังกัดปรากฎว่าหลายโรงเรียนปฏิเสธที่จะรับครูไปช่วยราชการ บางพื้นที่มีการนัดชาวบ้านออกมารวมตัวคัดค้านอย่างเปิดเผยจนครูกาหลงต้องไปแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้
ล่าสุดครูกาหลงจึงทำหนังสือไปถึง รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการ สพฐ.ระบุเนื้อหาว่ามูลเหตุเกิดจากเมื่อปี 2561 ตนเคยร้องเรียนโรงเรียนสังกัดเดิมของตนในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย สพป.เชียงราย เขต 4 กรณีงบประมาณเด็กยากจน,งบประมาณอาหารกลางวัน และการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างในโรงเรียน จนเรื่องถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และศาล
ต่อมาตนก็ถูกย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านร้องเชียงแรง จ.พะเยา ดังกล่าว เกิดความขัดแย้งเรื่องการทำจัดทำอาหารกลางวัน เพราะไม่ยอมลงนามตรวจรับอาหารกลางวันหลังพบพิรุธ จนทำให้แม่ครัวไม่รับการต่อสัญญาจ้างเหมา ต่อมาวันที่ 3 ก.ค.2569 มีกลุ่มคนออกมารวมตัวขับไล่ถึงในโรงเรียน
ครูกาหลงจึงเดินทางไปร้องขอความคุ้มครองสิทธิ์ต่อกระทรวงยุติธรรม กระทั่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้มีหนังสือขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย จากนั้นครูกาหลงได้ทำเรื่องขอย้ายออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัยเพราะหลังจากย้ายไปอยู่ที่ใหม่ถูกคนแอบไปกรีดรถ ขว้างปาสิ่งชองใส่รถ ข่มขู่ กระทั่งถูกกลุ่มคนขับไล่ดังกล่าว มีการแจ้งความดำเนินคดีและขัดแย้งกันอยู่ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อตัวเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก
แต่ปรากฎว่าทาง สพป.เชียงราย เขต 4 กลับใช้วิธีการสอบถามไปยังแต่ละโรงเรียนและก็ถูกปฏิเสธกลับมา ครูกาหลงจึงสงสัยว่าตามระเบียบช่วยราชการกรณีถูกคุกคามจะต้องมีหนังสือถามแบบนี้หรือไม่ จึงขอความเป็นธรรมจาก รมว.ศึกษาธิการ และเลขาธิการ สพฐ.
"ตลอดระยะเวลาที่ต่อสู้ตามขั้นตอนและกติกาภายใต้ระเบียบกฎหมาย ไม่ได้ละเมิดสิทธิใครตามหน้าที่ประชาชนคนหนึ่ง ครูคนหนึ่ง และในฐานะแม่ที่อยากใช้ชีวิตปกติสุข ดูแลเด็กนักเรียนส่งลูกให้ได้ตามฝัน แต่ต้องมาหยุดทุกอย่างเพราะถูกกระทำซ้ำๆ จึงขอความเมตตาจาก รมว.ศึกษาธิการ เลขาธิการ สพฐ.กระทรวงยุติธรรม ยุติธรรมจังหวัด กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวสั่งช่วยราชการ ปรับย้ายข้าพเจ้าออกจากพื้นที่ทันทีและให้ลงในพื้นที่โรงเรียนตามที่ข้าพเจ้าร้องขอ เพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ครูผู้สอนอย่างปกติ" ครูกาหลงระบุและว่าตนเหลืออายุราชการอีกเพียง 9 ปี เหตุการณ์เหล่านี้บั่นทอนกำลังใจ ถูกกลั่นแกล้งและร้องเรียนจึงความเมตตาด้วย.


