ฉะเชิงเทรา – ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทราออกคำสั่ง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพที่ฝังหรือเก็บไว้ภายในสุสาน JEWISH CEMETRY THAILAND ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า หลังตรวจพบหลุมฝังศพ 4 หลุม ทั้งที่ใบอนุญาตสุสานหมดอายุตั้งแต่ปี 2566 และไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุ กำหนดให้ดำเนินการย้ายศพไปยังสุสานเอกชนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องภายใน 7 วัน
นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีคำสั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 2037/2569 ให้สุสานและฌาปนสถาน JEWISH CEMETRY THAILAND ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเคลื่อนย้ายศพที่ฝังหรือเก็บไว้ภายในสถานที่ดังกล่าว ไปฝังหรือเก็บยังสุสานและฌาปนสถานเอกชนที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายปกครอง อ.บางคล้า ตำรวจ สภ.บางคล้า อบต.เสม็ดใต้ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสุสานดังกล่าว และพบหลุมฝังศพจำนวน 4 หลุม โดย 2 หลุมอยู่ภายในเต็นท์สีน้ำเงิน มีการโบกปูนปิดหลุมและติดป้ายระบุปีเสียชีวิต ค.ศ.2025 และ ค.ศ.2026 อีก 1 หลุมอยู่บริเวณใกล้เคียงและยังไม่ได้โบกปูนหรือปิดป้าย ส่วนอีก 1 หลุมอยู่บริเวณริมกำแพงใกล้กับเต็นท์
จากการตรวจสอบพบว่า ใบอนุญาตสุสานและฌาปนสถานดังกล่าวหมดอายุตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.66 และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งไม่ต่อใบอนุญาต เนื่องจากสถานที่ตั้งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกฎหมาย โดยผู้ดำเนินการแทนบริษัท กาน ชาบาด จำกัด ได้ใช้สิทธิทางศาล และขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองระยอง อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดพิจารณาว่าการนำศพเข้ามาฝังหรือเก็บไว้ภายในสถานที่ดังกล่าวภายหลังใบอนุญาตหมดอายุ เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ.2528
คำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญ หลังตลอดช่วงที่ผ่านมาเกิดข้อถกเถียงในพื้นที่ถึงที่มาและกระบวนการนำศพทั้ง 4 ร่างเข้ามาฝังภายในสุสาน รวมถึงข้อสงสัยว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางคล้าได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้ง พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร และ พ.ร.บ.สาธารณสุข พร้อมเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้กำชับให้นายอำเภอบางคล้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินการตามคำสั่งอย่างใกล้ชิด และรายงานผลให้จังหวัดทราบเป็นระยะ เพื่อให้การรื้อถอนและเคลื่อนย้ายศพเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย


