xs
xsm
sm
md
lg

ทะลุ 2 หมื่นชื่อ! ชาวจันท์ค้านอ่างคลองวังโตนด ย้ำไม่ได้ต้านพัฒนา ขอรัฐฟังข้อมูลพื้นที่ หวั่นซ้ำวิกฤตคน-ช้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จันทบุรี – กระแสค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดแรง ยอดลงชื่อทะลุ 20,000 รายชื่ออย่างรวดเร็ว ภาคประชาชนย้ำไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่ขอรัฐเปิดทางเลือกและรับฟังข้อมูลจากคนในพื้นที่ ชี้ 4 ปมใหญ่ทั้ง EHIA–สะพานชีวภาพ–ระบบกระจายน้ำ–วิกฤตคนกับช้างป่า

กระแสการคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดกำลังรุนแรง ขึ้นทุกวันหลังจากมีการประกาศรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ในวันที่ 13 กันยายน พร้อมทั้งมีการร่วมลงชื่อคัดค้าน ล่าสุด ทะ 20,000 รายชื่อแล้ว รวมทั้งมีรายงานข่าวว่าในวันดังกลว่า จะมีการบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรอดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และมาร์ค พิทบูล จะเดินทางมาร่วมกับพี่น้องชาวจันทบุรี
 
โดยกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ออกมายืนยัน ว่า โครงการดังกล่าวควรถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้เสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากมองว่าการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ไม่ควรพิจารณาเฉพาะประโยชน์ด้านการจัดการน้ำ แต่ต้องประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และปัญหาที่อาจตามมาในอนาคตด้วย

สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญที่ภาคประชาชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา มี 4 ประเด็น ได้แก่ 1. รายงาน EHIA ซึ่งภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านและเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อเท็จจริง

2. ผลกระทบต่อผืนป่าและระบบนิเวศ โดยมองว่าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำอาจกระทบพื้นที่ป่าและ “สะพานชีวภาพ” ซึ่งเป็นแนวเชื่อมต่อผืนป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของภาคตะวันออก โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายและการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าในพื้นที่

3. ประสิทธิภาพการกระจายน้ำในพื้นที่ ภาคประชาชนตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำเดิมในพื้นที่ อ.แก่งหางแมว ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว 3 แห่ง โดยเห็นว่ายังมีข้อจำกัดด้านการกระจายน้ำ และน้ำจากอ่างเก็บน้ำยังไม่สามารถส่งถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงต้องการให้รัฐพิจารณาปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ก่อนพิจารณาสร้างโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม

และ 4. ผลกระทบต่อปัญหาคนกับช้างป่า โดยเกรงว่าการสูญเสียพื้นที่ป่าและแหล่งอาหารของช้างจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ จะทำให้ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมมากขึ้น นำไปสู่ความเสียหายต่อพืชผล และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างในอนาคต

ภาคประชาชนจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังเสียงของประชาชนอย่างจริงจัง และนำข้อมูลจากผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาโครงการ พร้อมย้ำว่าการร่วมลงชื่อคัดค้านครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพิจารณาทางเลือกอย่างรอบด้าน และต้องการให้ทั้ง “เสียงของประชาชนและเสียงของธรรมชาติ” ได้รับการรับฟัง ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการที่อาจสร้างผลกระทบในระยะยาว