ศูนย์ข่าวศรีราชา – นายกเมืองพัทยาเผยผลการเยือนของกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ราว 5,000 นาย ช่วง 2–6 ก.ย.ที่ผ่านมา คาดสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ประมาณ 100 ล้านบาท นอกจากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโลว์ซีซันแล้ว ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสาร “ภาพใหม่” ของพัทยา หลังพบกำลังพลกระจายตัวเที่ยวทั้งแหล่งวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว สะท้อนแนวคิด “Pattaya Variety” เมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ไม่ได้มีเพียงสถานบันเทิงยามค่ำคืน
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า การเดินทางมาพักผ่อนของกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ในครั้งนี้ นอกจากช่วยสร้างเม็ดเงินให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่แล้ว สิ่งสำคัญอีกด้านคือการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองพัทยา เนื่องจากตลอดช่วง 5 วันที่กำลังพลขึ้นฝั่ง พบว่ามีการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย
ทั้งปราสาทสัจธรรม สวนนงนุชพัทยา ตลาดน้ำ 4 ภาค รวมถึงกิจกรรมขี่ช้าง การรับประทานอาหาร การช้อปปิ้ง และการเลือกซื้อของฝากกลับไปให้ครอบครัว ทำให้เห็นพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า แม้พัทยายังคงมีการท่องเที่ยวกลางคืน แต่ปัจจุบันกิจกรรมดังกล่าวจำกัดอยู่ในบางพื้นที่ ขณะที่เมืองพัทยามีสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งศูนย์การค้า ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม
สำหรับเม็ดเงินจากกำลังพลสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย นายกเมืองพัทยาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขการใช้จ่ายที่สรุปอย่างเป็นทางการ แต่จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ พบว่ากำลังพลมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100–150 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน จึงประเมินเบื้องต้นว่าตลอดระยะเวลาการพักผ่อน 5 วัน อาจมีเงินหมุนเวียนในพื้นที่ประมาณ 100 ล้านบาท
เม็ดเงินดังกล่าวคาดว่าจะกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท ทั้งร้านอาหาร เครื่องดื่ม ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง และธุรกิจบริการต่าง ๆ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะสถานบันเทิง ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของพัทยาในช่วงโลว์ซีซัน
นายปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่พัทยาได้รับจากการเยือนครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเม็ดเงิน แต่ยังรวมถึง “ภาพลักษณ์” เนื่องจากภาพของกำลังพลสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ผ่านสื่อและสังคมออนไลน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีทั้งการสวมชุดไทย เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม รับประทานอาหารไทย ซื้อสินค้า และสัมผัสวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งช่วยประชาสัมพันธ์พัทยาในมุมที่หลากหลาย โดยแทบไม่ต้องใช้งบประมาณด้านการตลาดเพิ่มเติม
นอกจากนี้ พฤติกรรมของกำลังพลสหรัฐฯ รุ่นใหม่ยังแตกต่างจากภาพจำของทหารอเมริกันในอดีต โดยข้อมูลจากผู้บังคับการเรือระบุว่า จากกำลังพลประมาณ 4,800 นาย มีผู้หญิงราว 20% และมีกำลังพลอายุน้อยจำนวนมาก หลายคนมีการศึกษาข้อมูลและวางแผนล่วงหน้าว่าต้องการเดินทางไปยังสถานที่ใด สะท้อนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจกับประสบการณ์และกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น
“พัทยามาได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย ปลอดภัยทุกคน และมาที่นี่ครบจบที่เดียว” นายปรเมศวร์ กล่าว พร้อมมองว่าการเยือนครั้งนี้ช่วยตอกย้ำแนวคิด “Pattaya Variety” ให้เห็นว่าพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลายกลุ่ม และไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวกลางคืนเพียงด้านเดียว
นายกเมืองพัทยายังกล่าวขอบคุณจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดช่วงการเยือน พร้อมระบุว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และสร้างความประทับใจแก่กำลังพลที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ก่อนเดินทางกลับ กำลังพลและผู้บังคับบัญชาได้กล่าวชื่นชมการต้อนรับและการดูแลของคนไทย โดยมองว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทางมาพักผ่อนในเมืองพัทยาดีกว่าที่คาดไว้ และกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีจากการมาเยือนประเทศไทย


