จากปฏิบัติการล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ทางการ สปป.ลาว ส่งตัว 34 แอดมินเพจพนันออนไลน์ชาวไทยข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย) นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการลาวส่งแอดมินไทยเทาให้ฝ่ายไทย หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างระลอกใหญ่ ทลายรังกลุ่มทุนเทาข้ามชาติอย่างจริงจังตลอดปีที่ผ่านมาของรัฐบาลลาว
หากย้อนรอยสถิติการกวาดล้างและผลักดันส่งกลับเฉพาะตัวเลขหลักๆ ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 เป็นต้นมา จะพบว่ามีคนไทยถูกจับกุมและส่งตัวกลับมาดำเนินคดีรวมแล้ว มากกว่า 700 คน สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทุนสีเทาได้สถาปนาพื้นที่ สปป.ลาว ตั้งแต่ตอนเหนือจรดตอนใต้ ให้กลายเป็นศูนย์บัญชาการใหม่แห่งภูมิภาค
ไทม์ไลน์กวาดล้าง “ไทยเทาข้ามโขง”
การปราบปรามอย่างหนักของฝั่งลาวครอบคลุมทั้งนครหลวงเวียงจันทน์ แขวงบอลิคำไซ และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทางตอนเหนือ โดยมีตัวเลขการส่งมอบตัวคนไทยครั้งสำคัญๆ ดังนี้
ในเดือนพฤษภาคม 2569 ผลจากการกวาดล้างครั้งใหญ่ในแขวง สะหวันนะเขต-เวียงจันทน์ ทางการลาวส่งตัวคนไทย 307 คน ที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซนเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์ ผ่านด่านหนองคาย ต่อมาใน พฤษภาคม 2569 ปล่อยแถวกวาดล้างในพื้นที่แขวง บอลิคำไซ บุกทลายรังข้ามแดนตรงข้าม จ.บึงกาฬ จับกุมและส่งกลับ 106 คน
สิงหาคม 2569 ทางการลาวระดมเจ้าหน้าที่ออกกวาดจับทุนเทาเว็บพนันออนไลน์ กลางกรุงเวียงจันทน์ โดยวันที่ 6 สิงหาคม ส่งกลับ 32 คน จากคดีสแกมเมอร์และเว็บพนัน,วันที่ 13 สิงหาคม บุกกวาดล้างใจกลางเวียงจันทน์ ส่งกลับ 130 คน,วันที่ 18 สิงหาคม ทลายเว็บพนัน 5 แห่ง รวบแอดมินเว็บพนันส่งกลับ 42 คน,วันที่ 21 สิงหาคม ลุยกวาดจับย่านตลาดสีหอม นครหลวงเวียงจันทน์ รวบแอดมินเว็บพนันคนไทยส่งกลับ 70 คน และล่าสุด 2 กันยายน 2569 บุกจับกลางโรงแรมในเวียงจันทน์ ส่งกลับแอดมินธุรกิจสีเทานี้อีก 34 คน
ทำไมทุนเทาจึงยึด “ลาว” เป็นฐานใหม่?
เมื่อช่องทางในฝั่งปอยเปต (กัมพูชา) หรือเมียวดี (เมียนมา) ถูกจับตาและเผชิญภาวะสงคราม/ความขัดแย้ง กลุ่มทุนเทาข้ามชาติจึงเบนเข็มเข้าไปยัง สปป.ลาว โดยแบ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ออกเป็น 2 จุดใหญ่ชัดเจน
1. ตอนเหนือและเขตเศรษฐกิจพิเศษ (สามเหลี่ยมทองคำ / แขวงบ่อแก้ว): พื้นที่นี้ถูกใช้เป็น "ศูนย์บัญชาการใหญ่" ของแก๊งคอลเซนเตอร์และสแกมเมอร์หลอกลงทุนข้ามชาติ เนื่องจากเป็นเขตลงทุนต่างชาติ มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม และยากแก่การเข้าถึงของเจ้าหน้าที่รัฐในยุคแรกๆ
2. นครหลวงเวียงจันทน์ และแขวงชายแดน (บอลิคำไซ / สะหวันนะเขต) ถูกใช้เป็น "ฐานกระจายตัว" ของเว็บพนันออนไลน์และแอดมินตอบแชต อาศัยการกระจายตัวซุกซ่อนตามโรงแรมหรืออาคารพาณิชย์ เน้นดึงดูดแรงงานหนุ่มสาวไทยเพราะเดินทางใกล้ง่าย สะดวก และกลมกลืนกับคนท้องถิ่น
จากการคัดกรองร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง พบปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนปัญหาสังคมไทยในปัจจุบัน คือกลุ่มแอดมินเพจเว็บพนันชาวไทยวัยหนุ่มสาวที่ถูกจับและส่งกลับเหล่านี้ ไม่ใช่เหยื่อที่ถูกทุนเทาหลอก แต่คือผู้เต็มใจเสี่ยง เต็มใจทำงาน จึง"ไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์" แต่เป็นกลุ่มคนที่รู้อยู่แล้วว่าข้ามไปเพื่อทำเว็บพนันหรือสแกมเมอร์ โดยมีมูลเหตุจูงใจจากรายได้จากนายทุนตกประมาณ 15,000–30,000 บาท/เดือน/คน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการคัดกรอง เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในบรรดาผู้ถูกส่งกลับ มีส่วนหนึ่งที่มีประวัติคดีติดตัวในฝั่งไทย ทั้งคดียาเสพติดและบัญชีม้า ใช้การข้ามฝั่งไปทำงานเทาเพื่อหลบหนีคดีและหารายได้ไปพร้อมกัน แต่เมื่อถูกตำรวจลาวบุกจับ กลุ่มทุนเจ้าของเว็บจะตัดขาดความช่วยเหลือทันที ปล่อยให้แอดมินไทยรับโทษติดคุกฝั่งลาว ถูกเปรียบเทียบปรับ และถูกส่งกลับ ถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ดำเนินคดีต่อในไทย ซึ่งท้ายสุดก็แค่ถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทต่อคนเท่านั้น
บทสรุปจากปฏิบัติการกวาดล้างเพื่อถอนรากถอนโคนกลุ่มทุนเทาเว็บพนันหรือสแกมเมอร์ของทางการลาวจนสามารถส่งกลับคนไทย กว่า 700 คน ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน คือเครื่องยืนยันว่า "สวรรค์ของทุนเทาในลาว”ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆอีกต่อไป และหากจะให้การกวาดล้างเพื่อคุมกำเนิดทุนเทา เว็บพนันแก๊งสแกมเมอร์ได้ผล ฝ่ายความมั่นคงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ต้องส่งสัญญาณไปยังบรรดาทุนเทาให้ชัดเจนว่า จากนี้จะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับธุรกิจผิดกฎหมายข้ามแดนอีกต่อไป
ขณะเดียวกันต้องมีการเพิ่มบทลงโทษให้หนักมากขึ้น สำหรับกลุ่มคนไทยวัยแรงงานหรือคนรุ่นใหม่ที่รักงานสบายแต่อยากมีรายได้สูง โดยไม่สนว่าจะเป็นงานนอกรีตนอกกฎหมายก็ตาม เพราะท้ายที่สุดหากถูกจับกุม มันมีราคาที่ต้องจ่ายเป็นค่าอิสรภาพ, ประวัติอาชญากรรม และ อนาคตที่อาจดับสูญหรือหากโชคไม่เข้าข้าง อาจต้องแลกด้วยชีวิต!!


