พระนครศรีอยุธยา – ชาวท่าเรือรวมพลังติด “ธงเขียว” ค้านโรงงานปุ๋ย-ขยายท่าเทียบเรือริมแม่น้ำป่าสัก หวั่นกลิ่น ฝุ่น สารเคมี รถบรรทุก-เรือเพิ่ม กระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตชุมชน ยื่นหนังสือถึงจังหวัด ขอพิจารณาผลกระทบรอบด้าน พร้อมประกาศเดินหน้าค้านรักษาพื้นที่สีเขียว
บ่ายวันนี้ (6 ก.ย.) นายอัศม์ไชย ตั้งใจรักษ์ ส.อบจ.พระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอท่าเรือ พร้อมผู้ช่วย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 นายก อบต.ศาลาลอย สมาชิกสภา อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ร่วมกันเดินรณรงค์และแสดงจุดยืนภายในชุมชน หลังพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเดิมเป็นโรงสีข้าวและโกดังเก็บข้าว มีแผนปรับเปลี่ยนเป็นกิจการเกี่ยวกับปุ๋ย ทั้งการผลิตหรือจัดเก็บ รวมถึงการนำปุ๋ยขนส่งทางเรือมาขึ้นท่า ก่อนขนถ่ายลงรถบรรทุกเพื่อกระจายสินค้า พร้อมขออนุญาตจัดตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 และขยายท่าเทียบเรือกับกรมเจ้าท่า
นายอัศม์ไชย กล่าวว่า จากการทำประชาคมและรับฟังข้อมูลโครงการ ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวล โดยเฉพาะผลกระทบจากกลิ่น ฝุ่นละออง และความเสี่ยงจากสารเคมี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของเรือและรถบรรทุกขนาดใหญ่ หากมีการขนถ่ายสินค้าจำนวนมากอาจกระทบตลิ่งและสภาพแวดล้อมริมแม่น้ำป่าสัก ขณะที่รถบรรทุกอาจเพิ่มปริมาณการจราจรและความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในชุมชน
ด้านนายวิศรุทธ์ ปานแสง สมาชิก อบต.ศาลาลอย ระบุว่า พื้นที่มีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีปัญหาสุขภาพ จึงเกรงว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมย้ำว่าในอดีตชุมชนเคยได้รับผลกระทบจากรถบรรทุกและเสียงดังจากโรงสี จึงไม่ต้องการให้เกิดปัญหาซ้ำอีก
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านได้จัดทำหนังสือคัดค้านส่งถึงอุตสาหกรรมจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอให้พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การจราจร และคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้านก่อนพิจารณาอนุญาต โดยยืนยันว่า “พื้นที่ของเราเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นชุมชนชนบทและเกษตรกรรม เราไม่ต้องการให้อุตสาหกรรมเข้ามาทำลาย” พร้อมระบุว่าจะติดตามโครงการอย่างใกล้ชิดและเดินหน้าคัดค้านต่อไป หากมีการอนุญาตและดำเนินกิจการ ชาวบ้านกังวลว่าอาจส่งผลกระทบครอบคลุม ต.ศาลาลอย ต.โพธิ์เอน ต.วังแดง และพื้นที่ใกล้เคียงใน อ.นครหลวง


