xs
xsm
sm
md
lg

ฉาวหนัก! ตร.พิษณุโลก ต้องร่อนเอกสารแจง “นายตำรวจ”ขับฟอร์จูนเนอร์สวมทะเบียนเก๋งชนเด็กดับ 1 เจ็บ 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พิษณุโลก - ฉาวแรงจนตำรวจภูธรพิษณุโลกเมืองสองแคว ต้องร่อนเอกสารแจง.. ปม “นายตำรวจระดับ พ.ต.ท.” ขับฟอร์จูนเนอร์ชน จยย.เด็ก 16 เสียชีวิต 1 เจ็บอีก 2 ทิ้งกันชนกับป้ายทะเบียนรถในที่เกิดเหตุ ก่อนพบเป็นทะเบียนเก๋งแจ๊สสีดำซ้ำ แถมผ่านมา 5 ครอบครัวเหยื่อไม่ได้รับการติดต่อใดๆ


ครอบครัว “น้องข้าวปั้น” หรือ นายพีรณัฐ ระทวย เยาวชนชายอายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางลงสะพานนเรศวร ถนนสิงหวัฒน์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ทำพิธีทางศาสนาที่วัดสุดสวาสดิ์ ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก ก่อนฌาปนกิจ และเก็บอัฐิเช้าวันนี้(6 ก.ย.) นำไปลอยอังคารด้วยความโศกเศร้า

นายพลกฤษณ์ เสือคล้าย 37 ปี พร้อมด้วย น.ส.ศิริพร เสือคล้าย 37ปี พ่อแม่บุญธรรมน้องข้าวปั้นและนางอัมพร ทิพปพันธ์ 58 ปี (ยาย) อยู่บ้านเลขที่ 59/3ม.3 ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า “น้องข้าวปั้น” เป็นเด็กน่ารัก ร่าเริง ขยัน และพยายามหารายได้จากการทำงานพิเศษมาตลอด เคยทำงานที่ร้านนม และล่าสุดวันเกิดเหตุได้ไปทำงานที่ร้านข้าวต้ม เพื่อเก็บเงินซื้อสิ่งของที่ตัวเองอยากได้

น้องข้าวปั้นเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่แยกทางกัน ขณะที่คุณแม่มีโรคประจำตัวหลายโรคจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังจากนั้นครอบครัวของน้องสาวคุณแม่จึงรับน้องข้าวปั้นเป็นบุตรบุญธรรม คอยดูแลและส่งเสียให้ได้รับการศึกษา

นอกจากความขยันแล้ว น้องข้าวปั้นยังเป็นเด็กกิจกรรมและมีความสามารถด้านดนตรี เคยเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตทั้งของโรงเรียนจ่านกร้องและโรงเรียนพุทธชินราช โดยเล่นเครื่องดนตรี “ทรัมเป็ต” ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก

วันเกิดเหตุ(2 ก.ย.) หลังจากเลิกงานที่ร้านข้าวต้ม น้องข้าวปั้นได้แวะพูดคุยกับเพื่อน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางกลับเกิดเหตุสลดขึ้น เช้าวันรุ่งขึ้น(3 ก.ย.) เมื่อพบว่าน้องยังไม่กลับบ้านจึงพยายามติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้ จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า..น้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว และรถยนต์คู่กรณีหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวรู้สึกทั้งเสียใจและโกรธ ไม่เพียงเท่านั้น ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันฌาปนกิจ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวรับผิดชอบ ครอบครัวตั้งคำถามว่า หากผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่บนถนนเป็นลูก เขาจะรู้สึกอย่างไร พร้อมยอมรับว่าก่อนหน้านี้รู้สึกหวั่นเกรงว่าคดีอาจไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดได้

ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรถยนต์คู่กรณี รวมถึงกระแสข่าวเรื่องป้ายทะเบียนที่พบในที่เกิดเหตุว่าอาจเป็นป้ายทะเบียนปลอม หรืออาจเกี่ยวข้องกับการนำรถมาสวมทะเบียน ทำให้มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและติดตามคดีเป็นจำนวนมาก


ล่าสุด ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจง ระบุเนื้อหาว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ตรวจสอบหลักฐาน พบกันชนสีเทาและป้ายทะเบียนรถยนต์ หมายเลขทะเบียน กต 8098 พิษณุโลก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อนำไปตรวจดูพบเป็นป้ายของรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ แต่รถยนต์ที่ขับหลบหนีไปในช่วงเกดเหตุเป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอจูนเนอร์ จึงถือว่าเป็นการสวมทะเบียนรถยนต์

เมื่อเจ้าหน้าที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและจุดก่อนที่รถยนต์จะขับไปถึงหน้าสำนักงานสรรพกรภาค 6 พบว่าก่อนเกิดเหตุรถยนต์ได้ขับออกมจากสถานบันเทิงดัง ผู้ขับรถคือ “พ.ต.ท.ชื่อย่อ อ.อายุ 53 ปี” หลังเกิดเหตุชนแล้วมีคนบาดเจ็บล้มอยู่กลางถนนรถยนต์ได้ขับหลบหนีไป ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา

แต่เบื้องต้นทราบว่า พ.ต.ท.ดังกล่าวยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งทาง ภ.จว.พิษณุโลก จะได้แจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป ส่วนสาเหตุที่ไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุลจริงเพราะเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

เมื่อทราบความคืบหน้าดังกล่าว ครอบครัวน้องข้าวปั้นยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับคดีและสามารถติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องได้ แต่ยังมีความกังวลใจเกี่ยวกับกระบวนการหลังจากนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานถึง 5 วันแล้ว

ครอบครัวยังตั้งคำถามว่า ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หรือไม่ และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์และทะเบียนอย่างละเอียดหรือไม่ โดยยืนยันว่าอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม


ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงเย็นวานนี้(5 ก.ย.) นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ หรือ ส.ส.โฟล์ค ส.ส.พิษณุโลก ได้เดินทางเข้าพบครอบครัวน้องข้าวปั้น และร่วมพิธีฌาปนกิจ พร้อมรับปากว่าจะช่วยติดตามเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ครอบครัวได้รับความเป็นธรรม และพยายามติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส.ส.โฟล์ค ระบุว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้มีกระแสเกี่ยวกับคดีเกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมา มีบุคคลส่งคลิปเสียงในลักษณะข่มขู่เป็นข้อความหยาบคาย ผ่านช่องแชท facebook ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ แต่เตรียมเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อน

พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งกับครอบครัวน้องข้าวปั้นว่า หากต้องการความช่วยเหลือในด้านใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทนายความหรือการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ตนอยากช่วยคืนความยุติธรรมให้น้องผู้เสียชีวิตและครอบครัว