กาฬสินธุ์ — ปมตัดไม้โรงเรียนกมลาไสยส่อยืดเยื้อ ตัวแทนศิษย์เก่าเดินหน้าเข้าให้ปากคำตำรวจเป็นครั้งที่ 3 ยืนยันให้ดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียน เพียงคนเดียว หลังพบหลักฐานชัดสั่งตัดไม้ขายโดยไม่ขออนุญาตกรมธนารักษ์ ด้าน ผกก.สภ.กมลาไสย เผยคดีแยกเป็น 2 สาย เตรียมส่งสำนวนฟัน ม 157 ถึงมือ ป.ป.ท. สัปดาห์หน้า ขณะที่ศิษย์เก่ากังขาความเงียบของ "ศูนย์ดำรงธรรม" และ "สพม.กาฬสินธุ์" หวั่นมีการวิ่งเต้นเคลียร์คดี ขู่หากล่าช้าเตรียมแจ้งความฟัน ผอ.สพม. เพิ่มอีกราย
ความคืบหน้ากรณีคดีตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ สภ.กมลาไสย พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ ในฐานะตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.กมลาไสย เพื่อให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 3
การเข้าให้ปากคำครั้งนี้ สืบเนื่องจากการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย พร้อมพวก ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง จากกรณีมีคำสั่งตัดไม้ภายในพื้นที่โรงเรียนแล้วนำไปขายให้กับพ่อค้าไม้ โดยไม่มีการขออนุมัติจากกรมธนารักษ์ตามระเบียบของทางราชการ
ยันเอาผิด ผอ. คนเดียว — ตั้งคำถามหน่วยงานต้นสังกัดส่อเกียร์ว่าง
พ.ต.ท.จักรรินทร์ เปิดเผยว่า ศิษย์เก่าทุกคนได้ช่วยกันรวบรวมหลักฐานทั้งเอกสาร ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอ จนชัดเจนว่าการตัดไม้ขายจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหาก ผอ.โรงเรียน ไม่ได้เป็นผู้สั่งการ จึงยืนยันที่จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ ผอ.โรงเรียน เพียงคนเดียวให้ถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม กลุ่มศิษย์เก่าเริ่มกังวลถึงขั้นตอนการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ (สพม.กาฬสินธุ์) และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย เนื่องจากมีกระแสข่าวเรื่องการวิ่งเต้นล้มคดี อีกทั้งนับตั้งแต่ยื่นเรื่องร้องเรียนไป ยังไม่เคยได้รับการติดต่อหรือประสานงานจากนายอำเภอกมลาไสย ในฐานะหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ แม้แต่ครั้งเดียว จนเกิดข้อสงสัยว่าเป็นการนิ่งเฉย เพื่อปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเองหรือไม่
ตร.แจงแยกคดี 2 ส่วน — สัปดาห์หน้าส่งสำนวน ป.ป.ท.
ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ทั้งครู ศิษย์เก่า และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและระบุชนิดไม้เรียบร้อยแล้ว โดยพยานหลักฐานขณะนี้ใกล้สมบูรณ์ และเตรียมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการต่อภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเป็นความผิดตามมาตรา 157 ซึ่งอยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ท. โดยตรง
พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวต่อว่า ในทางคดีได้แยกออกเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1: คดีกล่าวหา ผอ.โรงเรียน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 (เตรียมส่ง ป.ป.ท.)
ส่วนที่ 2: คดีลักทรัพย์ ซึ่ง ผอ.โรงเรียน ได้มอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่เข้ามาตัดไม้ โดยตำรวจทราบตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้วว่าเป็นคนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และอยู่ระหว่างเรียกตัวมาสอบสวน
ทั้งนี้ ย้ำว่าการตัดไม้ในที่ราชพัสดุเป็นข้อห้ามเด็ดขาด หากจะทำต้องได้รับอนุมัติอย่างถูกต้อง และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ศิษย์เก่าจี้ สพม.กาฬสินธุ์ พักราชการ ผอ. — ขู่ฟัน 157 ซ้ำหากละเว้น
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ในกลุ่มเครือข่ายศิษย์เก่าซึ่งประกอบด้วยข้าราชการและวิชาชีพต่างๆ เริ่มมีการหารือถึงการทำงานของ สพม.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ ที่ระบุว่า เมื่อข้าราชการครูถูกดำเนินคดีอาญา ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา และหากเป็นคดีร้ายแรงที่กระทบต่อความเชื่อถือของทางราชการ ผู้บังคับบัญชาสามารถมีคำสั่งให้พักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้
แหล่งข่าวระบุว่า แม้ปัจจุบันจะมีการย้าย ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ไปช่วยราชการที่ สพม.กาฬสินธุ์ แล้ว แต่ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ควรพิจารณาสั่งให้พักราชการไว้ก่อน เพื่อลดแรงปะทะและเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปอย่างสมบูรณ์ พร้อมเตือนว่าหากหน่วยงานต้นสังกัดยังคงล่าช้าหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มศิษย์เก่าอาจตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ เพิ่มเติมอีกราย


