กาฬสินธุ์-ศิษย์เก่า รร.กมลาไสยบุกธนารักษ์ยื่นหลักฐานเด็ด มัด ผอ.ขายไม้ให้พ่อเลี้ยงแพร่ หวั่น สพม.กาฬสินธุ์ เดินเครื่องช้า โยนแพะรับบาป ขณะที่เครือข่ายศิษย์เก่า แฉหลักฐาน - พยาน สำคัญ มัดแน่นเครือข่ายตัดไม้พบเห็นการตัดและขนไม้ออกโรงเรียน ส่งเข้ามือ พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย เร่งดำเนินคดีคาดส่ง ปปช.ได้ภายใน 30 วัน
วันนี้(4 ก.ย.) ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ นายเกษม นาธงชัย ทนายความ นายวิรุฬห์วัจย์ แฝงจันดา นักธุรกิจ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย ได้เข้าพบ น.ส.ใกล้รุ่ง อื้อสกุล ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เพื่อเรียกร้องให้ ธนารักษ์ฯ สอบสวนตามอำนาจหน้าที่ พร้อมกับได้มอบหลักฐาน ประกอบด้วย เอกสารบันทึกการเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และเอกสารบันทึกการแจ้งความที่ สภ.กมลาไสย และเอกสารภาพถ่ายที่ถูกบันทึกไว้ได้โดยเครือข่ายศิษย์เก่า กรณี ผอ.โรงเรียนกมลาไสย ตัดไม้ขายให้กับนายทุนจังหวัดแพร่
ทางธนารักษ์ได้รับทราบขอมูลและ ยืนยันว่าการตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนทุกแห่งหรือสถานที่ราชการที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ธนารักษ์ในแต่ละพื้นที่นั้น ไม่สามารถกระทำได้โดยพละการ จะต้องทำหนังสือผ่านมาที่ธนารักษ์เพื่อขออนุญาตตัดก่อน จากนั้นธนารักษ์ในแต่ละพื้นที่ก็จะส่งคำขอไปยัง อธิบดีกรมธนารักษ์ เพื่ออนุมัตเป็นกรณีไป แต่ในกรณีของ โรงเรียนกมลาไสย ไม่ได้ขออนุญาตในการตัดมา จึงถือว่าการตัดไม้ในโรงเรียน ปฎิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบของธนารักษ์ฯ
น.ส.ใกล้รุ่ง อื้อสกุล ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทางสำนักงานฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบตอไม้ที่เพิ่งถูกตัดใหม่จำนวน 23 ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการขัดต่อระเบียบกรมธนารักษ์ ปี พ.ศ. 2560 ที่ระบุว่า การลิดรอนกิ่งเพื่อป้องกันอันตรายสามารถทำได้ตามความจำเป็น แต่หากจะตัดโค่นต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี
จากการสอบถามอาจารย์เบื้องต้นพบว่า ทางโรงเรียนได้ว่าจ้างบุคคลภายนอกให้มาตัดแต่งกิ่งเท่านั้น แต่ผู้รับจ้างกลับตัดโค่นต้นไม้ออกไปทั้งหมด ในกรณีนี้ทางโรงเรียนจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง ทั้งนี้ สำนักงานฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เพื่อให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำชับการปฏิบัติตามระเบียบแล้ว และจะได้ขอรับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ เป็นตัวแทนในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป
นายวิรุฬห์วัจย์ แฝงจันดา นักธุรกิจ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อติดตามขั้นตอนการทำงานให้เป็นไปตามระบบระเบียบ ยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจ หากผู้กระทำผิดตัวจริงไม่ถูกลงโทษตามกระบวนการ จึงต้องการความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ตัดต้นไม้และตัดเพื่อวัตถุประสงค์ใด เพื่อมุ่งเอาผิดเฉพาะผู้ที่กระทำผิดจริงเท่านั้น ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ที่ สภ.กมลาไสย คณะศิษย์เก่าได้เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สภ.กมลาไสย ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดขอบคดี พร้อมนำพยานคนสำคัญ เอกสารภาพถ่ายคลิปชุดใหม่ เป็นภาพสามารถระบุตัวบุคคลที่เข้าไปตัดไม้ภายในโรงเรียนกมลาไสย หลักฐานภาพรถสิบล้อบรรทุกไม้ที่ถูกตัดออกไปจำนวนมาก และยังพบชายฉกรรจ์เข้าทำการตัดพร้อมขนย้ายไม้ทั้งหมด
พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สภ.กมลาไสย กล่าวว่า เบื้องต้นการสอบพยานบุคคลสามารถสอบไปได้พอสมควร ส่วนหลักฐานการตัดเป็นรูปภาพมาส่งให้ก็จะมีการสอบปากคำก่อนสรุปสำนวนส่งไปยังหัวหน้าพนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ คาดว่าสามารถส่งให้ ปปช.ได้ภายใน 30 วัน
แหล่งข่าวระบุว่าการติดตามความเคลื่อนไหวในขณะนี้มีความชัดเจนจากหลักฐานที่ ศิษย์เก่าทยอยรวบรวมส่งเข้ามาและส่งต่อไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกรณีนี้ในส่วนของหน่วยงานรัฐที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนเท่าที่ควร โดยเฉพาะที่ สพม.กาฬสินธุ์ ที่ต้องดูแลในเรื่องการสอบสวนวินัย พบว่า นอกจากมีการย้าย ผอ.โรงเรียนกมลาไสย เข้ามาที่ สพม.กาฬสินธุ์แล้ว ก็ยังมี อีก 2 คนที่เป็น รอง ผอ.โรงเรียน และครูอีกหนึ่งคน ที่อาจจะถูกเชื่อมโยงอย่างไม่เป็นธรรม อาจตกเป็นแพะในคดีนี้ก็ได้
“พวกเราในฐานะศิษย์เก่าจะติดตามผลการสอบสวนจากคณะกรรมการ สพม.กาฬสินธุ์ อย่างใกล้ชิด สิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรมให้กับโรงเรียนและความเป็นธรรมให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ใครทำผิดคนนั้นก็ต้องถูกลงโทษ”


