xs
xsm
sm
md
lg

เปล่าขายให้ทำสุสานยิว!เจ้าของที่ดินเดิมแจงชัดเปลี่ยนมือหลายทอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา – เจ้าของที่ดินเดิมออกโรงชี้แจง ยืนยันไม่ได้ขายที่ดินให้ชาวยิวหรือบริษัทของชาวอิสราเอล ระบุขายต่อให้คนไทยในพื้นที่เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นที่ดินถูกนำไปขายต่ออีกทอดโดยไม่ทราบว่าเป็นใคร ก่อนมาทราบภายหลังว่าถูกนำไปใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งสุสาน เผยเคยได้ยินกระแสข่าวมีนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาเป็นนายหน้าซื้อขาย แต่ไม่ทราบรายละเอียด

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนึ้( 4 ก.ย.) นายสันต์ ศรีเจริญ อายุ 74 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา และอดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวถึงกรณีที่ดินเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 86 ตารางวา ซึ่งกำลังตกเป็นประเด็นข่าวจากกรณีถูกนำไปใช้เป็นพื้นที่สุสานของชาวยิว โดยยืนยันว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเดิมตนเป็นผู้ซื้อมาเมื่อประมาณปี 2548-2549 จากเจ้าของเดิมซึ่งเป็นชาวกรุงเทพฯ และครอบครองทำประโยชน์อยู่ประมาณ 14-15 ปี

นายสันต์ ระบุว่า ต่อมาตนได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับคนไทยในพื้นที่ ต.คลองขุด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง โดยผู้ซื้อชื่อ “นายตี๋” (มีเดช) เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา หลังจากขายและโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินอีก และไม่ทราบว่านายตี๋นำไปขายต่อให้บุคคลใด จึงยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ขายที่ดินให้ชาวยิวหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอล

ส่วนกรณีที่ภายหลังมีการนำที่ดินไปจัดทำเป็นสุสานนั้น นายสันต์ กล่าวว่า เพิ่งมาทราบเรื่องในภายหลัง และเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวได้ยุติไปแล้ว หลังฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอบางคล้า ได้ดำเนินการระงับใบอนุญาตการก่อตั้งสุสาน จนไม่สามารถดำเนินการต่อได้ แต่กลับพบว่าประเด็นดังกล่าวถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง จึงรู้สึกสับสนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยกับการนำที่ดินดังกล่าวไปสร้างเป็นสุสาน

นายสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยได้ยินกระแสข่าวว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายก อบต. ซึ่งอยู่บริเวณย่านสะพานรถไฟใกล้สี่แยกกองพลทหารราบที่ 11 เข้ามาเป็นนายหน้าในการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าว แต่ตนไม่ทราบว่ามีการซื้อขายต่อกันอย่างไร และขายให้กับบุคคลหรือบริษัทใด กระทั่งมาทราบจากข่าวว่าที่ดินถูกนำไปใช้เป็นสถานที่สำหรับสุสานของชาวยิวในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นายสันต์ยืนยันว่า การซื้อขายในส่วนของตนสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ขายที่ดินให้กับผู้ซื้อชาวไทยแล้ว ส่วนการเปลี่ยนมือภายหลังจากนั้น รวมถึงการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ในลักษณะใด ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ทราบรายละเอียด