กาญจนบุรี – หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเดินหน้าผลักดันระบบขนส่งสาธารณะ หลังนำปัญหาและข้อเสนอจากผู้ประกอบการรถสองแถวเข้าหารือในคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกฯ หวังปรับรูปแบบการเดินรถให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมทบทวนเส้นทางให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยว
นางสาวณัฐรินทร์ พงษ์วิทยาภานุ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาแนวทางเกี่ยวกับการประกอบการขนส่งผู้โดยสาร รวมถึงปัญหาและอุปสรรคของผู้ประกอบการรถสองแถวในพื้นที่
หอการค้าได้นำข้อเสนอและปัญหาที่ผู้ประกอบการสะท้อนผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. จังหวัดกาญจนบุรี เข้าสู่ที่ประชุม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขทั้งเรื่องเส้นทางและการบริหารจัดการรถให้ตอบโจทย์การเดินทางของประชาชนมากขึ้น
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินรถ จากรถโดยสารประจำทาง หมวด 10 เป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง หมวด 30 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการเส้นทางการเดินรถได้คล่องตัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางทบทวนและพัฒนาเส้นทางขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการเดินทางของประชาชนในแต่ละพื้นที่ รวมถึงรองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้มอบหมายให้หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับผู้ประกอบการ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและรวบรวมข้อเสนอจากผู้เกี่ยวข้อง ก่อนนำข้อสรุปกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานในการประชุมครั้งต่อไป
นางสาวณัฐรินทร์ กล่าวว่า หอการค้าฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการ เพื่อผลักดันให้เกิดระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่มากที่สุด เพราะหากระบบขนส่งมีความสะดวก คล่องตัว และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้ดี ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดในระยะยาว
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของกาญจนบุรีให้เข้มแข็ง ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและรองรับนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการประกอบอาชีพของผู้ให้บริการกับประโยชน์ของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ระบบขนส่งเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างยั่งยืน


