เชียงราย - ถกเครียด 3 ชม. สกัดเลียนแบบกราดยิงโรงเรียน..ผอ.ร.ร.วชิรปราการฯ ปัดเคยปิดข่าวปมเด็กพกอาวุธก่อเหตุซ้ำ เผยเคยเรียกผู้ปกครองเตือนภัยและดูแลใกล้ชิดหลังพบสัญญาณเครียด ด้านพ่อเผยลูกป่วยซึมเศร้า ปมถูกเพื่อนแกล้ง-ฉุนครูแคปภาพโพสต์หลุด
ภายหลัง พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองผบช.ภ.6 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุนักเรียนชายชั้น ม.3 วัย 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม จ.กำแพงเพชร โดยได้ประชุมร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชรและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อวางมาตรการป้องกันและตรวจสอบข้อเท็จจริง
พร้อมระบุเหตุการณ์ครั้งนี้จบลงด้วยดีเนื่องจากภาคีเครือข่ายมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุมาอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เวลาประชุมหาทางออกร่วมกันเมื่อ 3 ก.ย.เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง ภายในห้องประชุมกำแพงลีลา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร
พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ระบุว่า ในการหารือทุกฝ่ายได้ตกผลึกร่วมกันและเตรียมนำไปหารือระดับจังหวัดอีกครั้ง ในส่วนมาตรการของการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จริงๆเราเพิ่มความเข้มของมาตรการมาอยู่แล้วทั้งฝ่ายการศึกษา ตำรวจ มีการยกระดับขึ้นมาไม่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด หรือเหตุอื่นๆ เราวางมาตรการคุมเข้มไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ก็มาดูว่าบกพร่องส่วนไหนและหามาตรการเสริมไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้หลังจากกลับมาทำการเรียนการสอนปกติ เรื่องของความปลอดภัยนั้น คงยังไม่ถึงกับต้องส่งกำลังตำรวจเข้าไปในโรงเรียน แต่เป็นหน้าที่อยู่แล้วที่เราจะต้องแวะเวียนเข้าไปตรวจตราป้องกันระมัดระวัง ก็ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ให้มีการปฎิสัมพันธ์ฝ่ายครูอาจารย์เพิ่มเติมด้วย
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุเคยนำอาวุธปืนเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางโรงเรียนได้มีการปิดข่าวไปนั้น นางสาวจุฑามาศ วงษ์เขียว ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม เปิดเผยว่า ยืนยันว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เหตุการณ์เมื่อ 2 ก.ย.เป็นเหตุเกิดขึ้นครั้งแรก คือเด็กนำอาวุธปืนเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียน ซึ่งได้รับข้อมูลจากครูที่ปรึกษาและครูแนะแนว ว่ามีเพื่อนของนักเรียนที่ก่อเหตุกังวลใจ และมีข้อมูลการพูดถึงอาวุธปืน มีความเครียดหลายๆเรื่อง ไม่ขออนุญาตลงในรายละเอียด จึงได้เชิญผู้ปกครองมาพูดคุยเพื่อหาแนวทางป้องกันถึงสองครั้ง
“แชตระหว่างครูและนักเรียนที่ปรากฎบนโซเชียลฯ เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิด ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองและมีการป้องกันเหตุต่างๆ หลังพบผู้ก่อเหตุมีปัญหาก็ให้ครูแนะแนวประสานกับผู้ปกครองและเด็กตลอด พร้อมปรับแผนการเรียนการสอนในทุกวิชา แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะกำชับและประสานความร่วมมือระหว่างครูกับผู้ปกครองให้มากขึ้น”
และจากการสอบถามข้อมูลจากพ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุ ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า ช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ หลังจากออกเวรและเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ขณะนั้นเป็นช่วงที่ลูกชายเดินทางเข้ามาที่บ้านและนำอาวุธปืนออกไป แต่ตนกำลังนอนหลับ จึงไม่ทราบว่าลูกชายเข้ามานำปืนไป กระทั่งภายหลังทราบข่าวว่าเกิดเหตุที่โรงเรียน จึงรีบเดินทางไปที่โรงพัก และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีโอกาสพูดคุยกับลูกชายจนถึงประมาณเที่ยงคืน
พ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุยังเปิดเผยว่า ลูกชายมีอาการป่วยซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งพาไปพบแพทย์เมื่อไม่นานมานี้ จากการพูดคุยกับลูก พบว่าปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดส่วนหนึ่งมาจากการถูกเพื่อนแกล้ง นอกจากนี้ลูกชายเคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับความรุนแรงลงในโซเชียลฯ ก่อนที่ครูจะบันทึกภาพข้อความนำไปโพสต์ต่อ ทำให้ลูกชายเกิดความโกรธและรู้สึกไม่พอใจ นำไปสู่เหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียน
พ่อยังยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น จึงพยายามเก็บและซ่อนอาวุธปืน เนื่องจากปกติจะพกติดตัวและเก็บไว้ภายในบ้าน แต่ในวันเกิดเหตุได้นำไปซ่อนไว้ภายในรถ ก่อนที่ลูกชายจะไปพบและนำออกมาก่อเหตุ


