ศูนย์ข่าวขอนแก่น-กระทรวงสาธารณสุขเตรียมใช้ “โรงพยาบาลขอนแก่น” เป็นต้นแบบการแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงินแก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ หลังสู้ศึกขาดทุนรุนแรง บริหารจัดการภายในเพียง 10 เดือน สามารถรดค่าใช้จ่ายและลดยอดเงินบำรุงสุทธิติดลบลงได้ถึง 500 ล้านบาท
วันนี้( 3 ก.ย.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปยังโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อติดตามสถานการณ์วิกฤตทางการเงินของโรงพยาบาล พร้อมแถลงข่าวการพลิกฟื้นวิกฤตการเงินโรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมดันโรงพยาบาลขอนแก่น เป็นโมเดลการแก้วิกฤตการเงินให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้มาตรวจเยี่ยมที่โรงพยาบาลขอนแก่นหลังจากที่ 10 เดือนที่แล้วได้มาที่นี่มารับฟัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจ สสจ. หรือ ผอ.โรงพยาบาล ว่าจะทำอย่างไรเพราะว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลขอนแก่น เงินบำรุงสุทธิในวันนั้นติดลบอยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาท แต่ว่าผ่านมา 10 เดือนยังเอาอยู่ บุคลากรของโรงพยาบาลทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันกับทางผู้บริหารเพื่อที่จะบริหารจัดการในเรื่องของการให้บริการ การบริหารต๊อกยาสต๊อกเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล รวมถึงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลให้ลดลง
โดยผลลัพธ์ที่ออกมาปัจจุบัน ตอนนี้ยังไม่ได้ปิดงบการเงินทั้ง 12 เดือน แต่เงินบำรุงสุทธิติดลบน้อยลง เหลืออยู่ประมาณ 700 ล้านบาท สถานการณ์การเงินของโรงพยาบาลดีขึ้น แต่ก็ยังมียอดที่ติดลบเยอะอยู่พอสมควร เหตุที่ติดลบน้อยลง เพราะเมื่อปีที่แล้วทางส่วนกลาง โดยทางปลัดกระทรวงได้มีการจัดสรรเงินเพิ่มเติมลงมาให้ประมาณ 200 ล้านบาท และการลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลขอนแก่นลง ก็ช่วยได้หลายร้อยล้านบาท การจัดสรรบุคลากรการจัดเวรทำงานการบริหารจัดการ รวมถึงเวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ต่างๆมีการปรับให้การทำงานรักษาคนป่วยมุ่งเน้นไปที่การคนป่วยที่มีการสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงขอเก็บค่าใช้จ่ายจากงาน สปสช. ได้มากยิ่งขึ้นอีก
ประเด็นการร่วมมือของ สปสช. กับตัวโรงพยาบาลในการเคลมค่าใช้จ่ายระหว่างโรงพยาบาลกับ สปสช. ได้มีการพูดคุยกันและมีการพัฒนาร่วมกันว่าการส่งข้อมูลการเคลมการรักษาพยาบาลต่างๆให้มีความชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นหรือว่าเบิกไม่ได้ตรงนี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยได้และยังมีตัวเลขอีกส่วนหนึ่งที่ทาง สปสช. จะจ่ายแต่ยังไม่ได้จ่ายประมาณ 30- 40 ล้านบาท ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างน่าพอใจและเชื่อว่าถ้าสถานการณ์เป็นในลักษณะนี้ไปอีกสองถึงสามปีตัวเลขติดลบคงจะหมดไป
นายพัฒนา ยังกล่าวต่ออีกว่า โรงพยาบาลขอนแก่นประมาณ 2-3 ปี ตัวเลขเงินบำรุงสุทธิติดลบคาดว่าคงจะไม่มีภายในไม่เกิน 18 เดือนสภาพคล่องในการที่จะทำงานดีขึ้นพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานต่างๆให้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและเมื่อสักครู่ได้มอบนโยบายให้แก่โรงพยาบาลขอนแก่นว่าอาจจะไม่จำเป็นที่เก่งในทุกเรื่องอาจจะต้องเลือกมุมที่เราถนัดและพัฒนาไปได้ จากนั้นพอแข็งแรงแล้วก็คงจะต้องหันไปช่วยสร้างเครือข่ายให้กับโรงพยาบาลอยู่ใกล้เคียงต่อไปภาพรวมประเทศคิดว่าปีหน้าที่ได้งบประมาณมาเพิ่มเติมคงจะช่วยให้โรงพยาบาลโดยภาพรวมดีขึ้น
ตอนนี้เงินบำรุงติดลบของโรงพยาบาลขอนแก่นสิ้นปีงบประมาณ2568 ประมาณ 1,200 ล้านบาท ยังไม่ครบ 12 เดือนของปี 2569 เงินติดลบสุทธิอยู่ประมาณ 700 ล้านบาทคิดว่าสถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับเพราะว่าจิตใจของผู้บริหารและบุคลากรแข็งแกร่งและขอให้ดูแลรักษาสถานการณ์แบบนี้ต่อไปการที่โรงพยาบาลขอนแก่นขาดทุนอย่างหนักและกลับมาฟื้นตัวได้คิดว่าน่าจะเป็นโมเดลให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ
แต่โรงพยาบาลอื่นๆก็ต้องเอาจุดดีจุดแข็ง เอามาถอดบทเรียนและเอามาปรับใช้ไม่ได้หมายความว่ายาชนิดเดียวกันจะใช้ได้ได้ดีกับคนไข้ทุกคนเพราะคนไข้แต่ละคนมีอาการแตกต่างกันไปผู้บริหารที่นำโมเดลนี้ไปใช้ก็ต้องพิจารณาถึงอาการพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลที่ตัวเองสังกัดและควบคุมดูแล.


